DotProperty.co.th

New normal อสังหาริมทรัพย์ จะมาจริงไหม? โลกอสังหาริมทรัพย์ บ้าน 2020 จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ตอนนี้คำที่มาแรงติดเทรนด์ติดปากที่สุดคงหนีไม่พ้นคำว่า ‘New normal’ หรือ ‘ความปกติใหม่’ ที่หลายกระแสต่างคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าจะเป็นคลื่นที่กระเพื่อมเข้ามาหลังจากคลื่นโรคระบาดโควิด-19 ซาลงไปอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับในภาคอสังหาริมทรัพย์ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคและเทรนด์โลกเปลี่ยน ผู้ประกอบการย่อมต้องมีการปรับ ทำให้บ้าน 2020 นี้จะต้องเปลี่ยนไป เป็นบ้านในรูปแบบบ้านสมัยใหม่ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่ง New normal ของที่อยู่อาศัย

บทเรียนจากโควิด ทำให้เกิดนิยามของบ้าน 2020

สำหรับ Customer Journey ในการซื้อที่อยู่อาศัยก่อนที่จะมีการเกิดโรคระบาด มักจะเริ่มจากความสนใจอยากครอบครองที่อยู่อาศัย, การเห็นป้ายโฆษณาโครงการในทำเลหรือโฆษณาจากอินเตอร์เน็ต, เริ่มหาข้อมูลเบื้องต้นของที่อยู่อาศัย, เข้าชมโครงการจริง, เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ราคา, อ่านความคิดเห็นด้านบวกและด้านลบในโลกเเตอร์เน็ต, เข้าชมโครงการอีกครั้งเพื่อมองหาโปรโมรชั่น และสุดท้ายคือการตัดสินใจซื้อ ซึ่งเมื่อมีการเกิดโรคระบาด มาตรการ Social Distancing ได้ถูกประกาศใช้ ทำให้ Customer Journey ของการซื้อบ้าน 2020 นี้ถูกลดขั้นตอนไป

บ้าน 2020 ชมโครงการจริงได้จากที่บ้าน

จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้การแสดงผลของข้อมูลง่ายและเสมือนจริงมากขึ้น โดยสำหรับขั้นตอนการเข้าชมโครงการจริง หลายโครงการได้เริ่มการนำ VR Tour หรือ Live-online tour ให้ลูกค้าสามารถชมบ้านที่ตัวอย่างสนใจได้โดยไม่ต้องออกจากบ้าน โดยดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำหลายเจ้าต่างก็มีการนำวิธีการนี้มาใช้ ไม่ว่าจะเป็น เอพี ไทยแลนด์, แสนสิริ, ออริจิ้น, พฤกษา, เสนาฯ, อนันดา เป็นต้น

บ้าน 2020 ต้องก้าวเข้าสู่การเป็นบ้านสมัยใหม่

สำหรับคำว่าบ้านสมัยใหม่ในยุค New normal จะไม่ใช่เพียงแค่การติดตั้งระบบสมาร์ทโฮมเท่านั้น แต่ยังต้องมีระบบบ้านอัตโนมัติ หรือ Home automation ด้วย โดยเฉพาะการบริการภายในโครงการ โดย การสำรวจพฤติกรรมออนไลน์ ของ ETDA พบว่าการใช้บริการ Food Delivery ของคนไทยมีสัดส่วนถึง 85% ซึ่งระบบ Home automation จะเข้ามาบริการในตรงนี้ อาทิ แสนสริ มีหุ่นยนต์ชื่อแสนดี ในการบริการับส่งพัสดุ โดยการแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่น และมีตู้รับพัสดุอัจฉริยะ สำหรับบริการลูกบ้าน 24 ชม. เช่นเดียวกับ เอพี ไทยแลนด์ ที่มีการนำล็อกเกอร์อัจฉริยะ ที่ให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงการรับส่งพัสดุได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชม.นอกจากนั้นเทคโนโลยีที่ลดการสัมผัส (Touchless Technology) จะกลายมาเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่ผู้บริโภคมองหา โดบเฉพาะระบบปลดล็อกด้วยการแสกนใบหน้าแทนการใช้แสกนลายนิ้วมือหรือคีย์การ์ด

บ้านยุค New normal จะมีพื้นที่ใช้สอยเปลี่ยนไป

จากการสำรวจการเปิดตัวโครงการใหม่ของ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาิรมทรัพย์ไทย บมจ.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสท แอฟแฟร์ส (AREA) และ บทวิเคราะห์จาก ธนาคารเกียรตินาคิน สิ่งที่เห็นได้ชัดหลังจากการประกาศมาตรการ Social Distancing คือผู้บริโภคเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมมากขึ้น โดยพบว่าโครงการทาวน์เฮ้าส์เปิืดตัวมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และยัในแต่ละเดือนจะมีทาวน์เฮ้าส์เปิดตัวสู่ตลาดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์ในระดับราคาไม่เกิน 3-4 ล้านบาท เป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมสูง 

 เนื่องจากการต้องติดอยู่กับบ้านนานๆ ทำให้ผู้บริโภคต้องการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น โดยที่อยู่อาศัยหลังยุค New normal จะต้องมีการจัดพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วน รองรับ Individual Society ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยหากเป็นคอนโดมิเนียม พื้นที่ส่วนกลางจะต้องออกแบบให้เป็น Co-separate space ให้ลูกบ้านสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ โดยที่ไม่ต้องใกล้ชิดกันมาก ส่วนในพื้นที่ส่วนตัวอย่างภายในห้อง ต้องออกแบบให้รองรับ Work From Home Function ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการกิน นอน ทำงาน ทำอาหาร หรือการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะได้เห็นกันอย่างแน่นอนจากที่อยู่อาศัยโครงการใหม่หลังจากนี้

การขยายตัวของที่อยู่อาศัยสู่เมืองชั้นนำในต่างจังหวัด

เมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉินและ Social Distancing มีประชากรเดินทางกลับต่างจังหวัดมากกว่า 80,000 คนในวันแรกที่มีการประกาศ และทยอยกลับภูมิลำเนาหลังจากประกาศในไม่กี่วัน โดยการขยายตัวของที่อยู่อาศัยสอดคล้องกับการย้ายกลับของประชากรในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความเจริญ มีแหล่งงาน และมีแนวโน้มของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ในอนาคตหลังจากนี้อาจจะมีการย้ายกลับภูมิลำเนาถาวรมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ยังขาดความมั่นคงด้านแหล่งงาน, เศรษฐกิจ และสุขอนามัย

สำหรับคำถามว่า New normal ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์นั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ คงต้องบอกว่าอาจจะไม่ใช่การเปลี่ยนเข้าสู่ความปกติใหม่อย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของวงการอสังหาริมทรัพย์

 ที่มา :