DotProperty.co.th

แชร์วิธีการเลือกโคมไฟแต่งบ้านยังไง ให้ทั้งสวย ทั้งประหยัดไฟ

โคมไฟแต่งบ้านไม่ใช่แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยให้แสงสว่างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวช่วยสร้างมิติให้กับบ้าน ทำให้บ้านของเราดูสวยงามลงตัวมากขึ้น แถมยังช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในมุมต่างๆ ของบ้านได้อีกด้วย! เพราะฉะนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกโคมไฟประดับบ้านกันสักหน่อย แต่จะเลือกอย่างไรให้ทั้งสวยและประหยัดไฟด้วย ลองมาดูเทคนิคที่เรานำมาฝากกันได้เลยค่ะ

5 เทคนิคการเลือกโคมไฟแต่งบ้านให้สวยและประหยัดไฟ

  1. เลือกความสว่างให้เหมาะสมกับพื้นที่และไลฟ์สไตล์

การเลือกซื้อโคมไฟแต่งบ้านนั้นไม่จำเป็นต้องใช้โคมไฟแบบเดียวกันทั้งหมด หรือเลือกหลอดไฟที่มีสีสันและความสว่างเท่ากันหมด เพราะบางห้องก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟสว่างจนกลายเป็นการสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น โดยแต่ละห้องก็ควรเลือกโคมไฟที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ด้วย ได้แก่

ห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่สมาชิกในบ้านใช้ทำกิจกรรมร่วมกันนอกจากนี้ยังใช้เป็นห้องสำหรับต้อนรับแขก การเลือกโคมไฟให้เหมาะสมกับห้องนี้จึงต้องเน้นแสงไฟที่สว่างแบบสบายตาและช่วยสร้างแสงเงาที่สวยงามภายในห้อง เช่น ไฟดาวน์ไลท์บนเพดาน เป็นต้น แสงควรมีสีขาวปนเหลือง ช่วยเสริมบรรยากาศให้ห้องดูกว้าง อบอุ่น และสบายตา

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าห้องนอนคือห้องสำหรับการพักผ่อน ดังนั้นการเลือกโคมไฟสำหรับห้องนอนจึงต้องเลือกประเภทที่แสงสว่างนุ่มนวลแบบสี Warm white เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนและป้องกันการนอนไม่หลับ ควรติดตั้งโคมไฟบริเวณหัวเตียงด้านซ้ายหรือขวาก็ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำกิจกรรมต่างๆ ในห้องนอนของเราด้วย หากใครมีโต๊ะทำงานหรือทำงานในห้องนอน โคมไฟในส่วนของโต๊ะทำงานก็ควรเลือกแยกจากโคมไฟข้างเตียงเพราะต้องเลือกแบบให้แสงสว่างเพียงพอแต่เป็นแบบสว่างเฉพาะจุด จะได้ไม่ทำให้เกิดอาการตาล้าเวลาทำงานหรืออ่านหนังสือ

ห้องครัวเป็นห้องที่เราต้องใช้ทำอาหารซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความละเอียดและยังต้องระมัดระวังเวลาใช้เครื่องครัวต่างๆ เพราะฉะนั้นการเลือกโคมไฟจึงต้องเน้นแสงไฟที่สว่างเพียงพอ เน้นการให้ความสว่างเป็นหลักเพื่อช่วยให้มองเห็นข้าวของได้ชัดเจน นอกจากหลอดไฟปกติในห้องครัวแล้ว อาจเลือกโคมไฟแบบดาวน์ไลท์ติดผนังหรือติดในส่วนเคาน์เตอร์ทำครัวเพิ่มก็ได้ เพื่อให้เรามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเวลาต้องทำอาหารนั่นเอง

การเลือกโคมไฟแต่งบ้านสำหรับห้องน้ำต้องคำนึงถึงความสว่างที่ชัดเจน เพียงพอ และความปลอดภัยเป็นหลัก นอกจากไฟปกติบนเพดานแล้วอาจเลือกติดโคมไฟเฉพาะจุดเพื่อส่องสว่างมากกว่าหนึ่งดวง เช่น โคมไฟบริเวณกระจก หรือโคมไฟในส่วนอาบน้ำ เป็นต้น โดยจุดที่ติดตั้งโคมไฟได้อย่างปลอดภัยก็คือติดผนังหรือเพดานในส่วนที่น้ำกระเด็นไม่ถึง ต้องไม่เป็นโคมไฟที่มีสายไฟหรือปลั๊กเสียบ รวมถึงต้องให้แสงสว่างที่เหมาะสมด้วย

 

  1. เลือกโคมไฟตามค่าความถูกต้องของสี

ค่าความถูกต้องของสี หรือ Color Rendering Index (CRI) หมายถึง ค่าที่แสดงความถูกต้องของแสงสว่าง มีค่าตั้งแต่ 0 – 100 ซึ่งหลอดไฟที่ดีควรมีสีสันและแสงสว่างที่ใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้เราสามารถมองเห็นและรับรู้สีสันต่างๆ ได้ตรงความเป็นจริง ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและรบกวนการทำกิจกรรมในบ้าน โดยค่า CRI ควรอยู่ที่ระดับ 70-90 จะมีความเป็นธรรมชาติและให้สีสมจริงที่สุด

  1. เลือกโคมไฟที่มีฟังก์ชั่นหรี่ไฟหรือปรับระดับความสว่างได้

หากต้องการเลือกโคมไฟที่ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน โคมไฟที่มีฟังก์ชันหรี่ไฟหรือปรับระดับความสว่างที่ต้องการได้ก็คืออีกหนึ่งคำตอบ เพราะเราสามารถเลือกระดับความสว่างให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่รบกวนการทำกิจกรรมนั้นและยังช่วยให้ประหยัดพลังงาน ไม่เป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

  1. เลือกโคมไฟที่เป็นหลอดประหยัดไฟ

เป็นเทคนิคที่ลืมไม่ได้เลยสำหรับการเลือกหลอดแบบประหยัดไฟ เช่น โคมไฟที่ใช้หลอด LED จะประหยัดไฟมากกว่าหลอดตะเกียบถึง 40% และยังไม่ปล่อยรังสียูวี ทำให้ได้ค่า CRI ที่ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นธรรมชาติด้วย

  1. อย่าลืมโคมไฟรอบบ้านและโคมไฟในสวน

นอกจากโคมไฟในบ้านแล้ว การเลือกโคมไฟประดับสวนหรือรอบบริเวณบ้านก็สำคัญนะคะ โดยสิ่งที่เราต้องพิจารณาก็คือการติดตั้งโคมไฟให้ห่างกันประมาณ 3 – 4 เมตร เลือกโคมไฟแบบติดผนังหรือแบบตั้งพื้นในสวนโดยเฉพาะ และถ้าต้องการความประหยัดเป็นพิเศษก็สามารถเลือกใช้โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ได้เลย เพราะเดี๋ยวนี้โคมไฟในสวนแบบพลังงานแสงอาทิตย์หาซื้อง่ายขึ้นและราคาไม่แพงด้วยค่ะ

การเลือกโคมไฟแต่งบ้านนั้นนอกจากจะเลือกสีสันที่เหมาะสมกับห้อง เลือกสไตล์ที่สวยงามตามรสนิยมของเราแล้ว ต้องอย่าลืมเลือกความสว่างให้เหมาะกับพื้นที่และนำเทคนิคการเลือกซื้อโคมไฟให้ประหยัดตามที่เราแนะนำไปใช้ด้วยนะคะ รับรองว่าได้โคมไฟแต่งบ้านที่ทั้งสวยและประหยัดพลังงานในบ้านแน่นอน