DotProperty.co.th

แชร์แนวทางสร้างกำลังใจให้ตัวเอง กับการต้องส่งบ้าน นาน 30 ปี

สวัสดีค่ะวันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้งนะค่ะ โดยวันนี้เราจะขอมา รวมแชร์แนวทางสำหรับการสร้างกำลังใจให้ตัวเอง สำหรับท่านไหนที่กำลังส่ง บ้าน โดยที่ไม่เดือดร้อนใคร  มีกินมีใช้พอประมาณ แต่อาจจะไม่สามารถที่จะโปะเพิ่มได้ จนเกิดอาการ ห่อเหี่ยว ท้อแท้ กับตัวเองจนทำให้ชิวีตไม่มีความสุขเพราะต้องผ่อน กว่าจะครบอีกตั้ง 30 ปี ดังนั้นวันนี้ละค่ะเราจะมาร่วมกันเติมเชื้อไฟแห่งความมุ่งมั่น ให้กลับมาอีกครั้งจากแนวคิดของเพื่อนๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลยค่ะ

สร้างกำลังใจให้ตัวเองกันอย่างไงคะ กับการต้องส่ง บ้าน 30 ปี

เรามีชีวิตอยู่ได้ทุกๆวันนี้ เรายังถือว่า ยังมี “โอกาส”. ที่ดีกว่า อีกหลายๆคน ที่ลำบากกว่าเรา By สมาชิกหมายเลข 4076312

 

จะว่าไป…ก็แบบเดียวกับท่านก่อนๆหน้านี้ commentไว้นั่นแหละครับ..”การซื้อของผ่อนส่ง”. ก็เหมือนเป็น”การออม”. อย่างหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าเราจะต้องจ่าย”ดอกเบี้ย”. รวมเข้าไปด้วยก็ตาม มันจึงเป็นการ

นำเงินในอนาคต..มาใช้ก่อนนั่นเอง!!  อย่าคิดมากอะไรไปเลยครับ คุณก็เห็นๆอยู่ (จากที่คุณเล่ามา). ที่คุณอุตส่าห์ “เก็บออม”. เงินเพื่อจะให้ได้ถึง “หมื่น”. ยังยาก!!แล้วถ้าคุณ คิดซะว่า ถ้าคุณไม่ตัดสินใจซื้อบ่าน 2 หลัง ในวันนี้

แล้วคุณมัวเก็บเงิน..(อดมื้อกิน. 2 มื้อ!!). แล้วคุณแน่ใจเหรอว่าคุณจะมี วินัย. ในการใช้เงิน จนมีเงินก้อนโตพอที่จะไปซื้อบ้าน..(ในอนาคต). ได้ในราคาเท่าๆกับ “ปัจจุบัน”เศรษฐี หลายๆคน เค้าก็ทำแบบคุณนี่แหละ เค้าจึงร่ำรวยเอาๆๆๆ

ขนาดผมนะ  ที่ซื้อเมื่อราวๆปี 2544 ราคาเพียง 1 ล้าน 5 แสนกว่าๆใช้เวลาผ่อนตอนนั้นก็ราวๆ 18 ปี เดือนละ หมื่นเศษๆ ก็ถือว่า “หนักหนา”ในปีแรกๆ…เรื่องเงินเก็บ ไม่ต้องพูดถึง!!  ยากครับ ของใช้ในบ้าน (แทบทุกอย่าง)ซื้อด้วยเงินผ่อน!!  (เครดิตดีว่างั้นเหอะ!!)..รายได้ต่อเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร

(ไม่ถึงแสนบาท แต่ก็ใกล้ๆเคียง!!!). กาลเวลามันเปลี่ยนไป/เดินเร็วอย่างไม่น่าเชื่อครับ..ปีนี้เป็นปีที่ 17. ผมเพิ่งมีเงินมากพอที่จะไป “โปะ”หนี้ค่าซื้อบ้านหลังนั้นจนหมด!!  ก่อนกำหนด เพิ่งไปไถ่ถอน “โฉนด”มาเป็นของชื่อเราเมื่อวานนี้เอง!!!..หมดหนี้สิน กันซะที!!  แต่บ้านยังไม่พัง!!

คงเริ่มสบายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก (นิดหนึ่ง!!). ที่ทำให้มีเงินมากขึ้น. ทั้งๆที่มันก็เริ่มคล่องตัวขึ้นเรื่อยๆ ในระยะราวๆ 5-8 ปีที่แล้ว ครับ ซึ่งตอนนั้นก็ยังอยากจะ “ไปโปะ”. เป็นระยะๆ ก็ได้ แต่..ยังกังวลว่าจะประมาทไปเปล่าๆ ที่จะไม่มีเงินใช้ “คล่องๆ”. เกรงว่า อาจจะ “ช๊อต!!”

 

ก็เลย..รีๆรอๆ จนแน่ใจแล้ว!!  จึงได้โปะไปหมดเมื่อวันวาน!!  จบ!!(แต่ยังไม่ “อวสาน”..อิอิอิ)ชีวิต “มนุษย์เงินเดือน”. ก็เงี้ยครับ!!..สมบัติที่ คุณพ่อคุณแม่ให้เรามาก็คือ เลือดเนื้อ และชีวิต. นี่ยังไม่รวมที่ท่านให้การศึกษาส่งให้เราเรียนหนังสือหนังหา เป็นผู้เป็นคนขึ้นมา จนลืมตาอ้าปากได้

เราไม่ได้เกิดมาบน “กองเงินกองทอง”. (ซะเมื่อไหร่). มรดก ก็ยกให้พี่ๆน้องๆไปหมด!!  จะไปงก อยากได้มาให้อารมณ์ขุ่นมัว/เศร้าหมองไปทำไม?..ทำจิตให้ว่างๆ ว่า เรามีชีวิตอยู่ได้ทุกๆวันนี้ เรายังถือว่ายังมี “โอกาส”. ที่ดีกว่า อีกหลายๆคน ที่ลำบากกว่าเรามากมาย

ไม่ว่าจะเป็น “มนุษย์ใต้สะพาน/คนเร่ร่อน/คนคุ้ยเก็บเศษขยะขายประทังชีวิตที่ยากจนแร้นแค้นกว่าเราอีกมากมาย…!”..(อาจะถึงเป็นอีกหลายล้านคนแล้ว มั้ง!!!)!ในโลกใบนี้นะครับ

 

 

สำคัญที่สุดก็กำลังใจจากครอบครัวนี่ล่ะ BY NEILPRYDE ALIZE

ฟีลคล้ายๆกันเลยครับ ผมเองก็ผ่อนบ้านสองหลัง รถยนต์อีกหนึ่งคัน แต่รถใกล้จะหมดล่ะเหลืออีกแค่ไม่กี่งวด ตอนนี้เก็บเงินได้น้อยลง แอบมีนอยๆบ้าง แต่เดือนไหนได้ค่าคอมเยอะหน่อย ก็พอเหลือเก็บให้ชื่นใจบ้างพยายามปลอบใจตัวเองว่าอีกไม่กี่เดือนพอรถหมดก็จะสบายขึ้นหน่อย เดี๋ยวก็มีเงินเหลือเก็บกับเงินโปะบ้านแล้ว ระหว่างนี้ก็ตั้งใจทำงานมากขึ้น มีอบรมหรือสอบอะไรที่ได้เงินเพื่มก็ทำหมดที่สำคัญที่สุดก็กำลังใจจากครอบครัวนี่ล่ะครับ ที่ทำให้หายเหนื่อย โดยเฉพาะกำลังใจจากเจ้านายทั้งสอง

 

ตายก็หนี้หมดแล้ว เราคิดอย่างนี้จริงๆนะ By Almond-Coffee

ตายก็หนี้หมดแล้ว เราคิดอย่างนี้จริงๆนะ   ไม่โปะด้วย จ่ายเท่ายอดผ่อนนั่นแหละทุกเดือน  เก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษาลูกดีกว่าซื้อบ้านราคา 2,800,000 กับ  ธอส 3 ปีแรกผ่อนเดือนละ 17,300 เข้าปีที่ 4 ยอดพุ่งเป็น 19,000 ต่อเดือน

รีบรีไฟแนนซ์ทันที ไปกรุงไทย ยอด 2,500,000  30 ปีเท่าเดิม เหลือผ่อน 14,300 ต่อเดือน มีเงินเก็บต่อเดือนเพิ่มขึ้นตั้งเยอะ มิถุนานี้จะครบหกปีแระ ได้เวลารีไฟแนนซ์อีกรอบ กำลังดูๆ โปรโมชั่นอยู่จะมีเงินเก็บต่อเดือนเพิ่มอีกแล้ว ดีใจ

ตอนที่เราอยากได้บ้านหลังนี้ทุกคนต่างคัดค้าน บอกว่ามันแพง แต่ตอนนี้ทุกเสาร์อาทิตย์ ตายายน้าๆหลานๆต่างก็มารวมตัวอยู่บ้านนี้จ้า แหล่งรวมแก๊งค์ทุกวันหยุดทุกเทศกาล  รู้สึกคิดถูกมากที่ซื้อ

 

ทุกๆสิบปี เงินจะด้อยค่าลง แต่อสังหาราคาจะขึ้นไปเป็นเด้ง By สมาชิกหมายเลข 3677651

จากประสบการณ์ของผม ทุกๆสิบปี เงินจะด้อยค่าลง แต่อสังหาราคาจะขึ้นไปเป็นเด้ง เวลาจขกทผ่อนไปแล้ว ๑๐ ปี จะรู้สึกว่าเงินที่ผ่อนแต่ละเดือนมันน้อยลง(ทั้งๆที่ก็ผ่อนเท่าเดิม) หรือว่าจะทำอย่างที่ คห๙ ว่าไว้ก็ได้   ค่าเงินมันลดลงทุกๆปี แต่อสังหาฯ ราคามักจะขึ้นไป เรื่อยๆ

หลังปี ๔๐ ผมซื้ออสังหาฯไว้บ้าง ปัจจุบันราคาเป็นสองเด้งสามเด้งไปหมด บางที่เกินสามเด้งด้วยซ้ำไป จขกทอาจจะรู้สึกอึดอัดช่วงแรกๆ ถ้าทุกๆสามปีทำแบบ คห๙ หนี้จะลดลงด้วย ผ่อนลดลงด้วย ในขณะ เดียวกันบ้านที่เราซื้อมามูลค่ามันก็จะเพิ่มขึ้นเพราะราคาประเมินปรับขึ้นทุกๆ ๓ ปี

ผ่านไป ๒๐ ปี หนี้ของจขกทแทบจะหมดแต่มูลค่าของทรัพย์สินของจขกทน่าเพิ่มไม่ต่ำกว่าเท่าตัวหรือ มากกว่า   ยังเสียดายอยู่เลยที่ผมกินเที่ยวใช้จ่ายเยอะ หลังปี๔๐ ถ้าซื้อไว้มากกว่านี้สงสัยป่านนี้มีเป็นพันแล้ว หึ

 

 

มีเป้าหมายชัดเจน ก็เขียนระบุไปเลยว่า ในแต่ละไตรมาสต้องทำอะไรได้บ้าง  นี่แหละครับ ถ้าพลังใจเรามาเต็ฒ เราต้องทำได้แน่นอน BY สมาชิกหมายเลข 1322998

ผมก็ผ่อนเข้าปีที่ 3 แล้ว ธอส ถ้าปีนี้กับปีหน้า ธุรกิจที่ผมกำลังจะทำไม่ได้ก่อเกิดรายได้ดี ผมก็จะทำเหมือน คห 9 นั่นแหละ ความจริง แต่เดิมผมคิกแค่ ถ้าผ่อนครบ 3 ปี ไม่มีขาด จะขอลดดอกกับแบงค์ เคยได้ยินว่าทำได้สำหรับลูกค้าชั้นดี แต่พอมาอ่านคอมเมนต์ เห็นว่ารีไฟแนนซ์ก็ดีเหมือนกัน  จขกท ทำแบบผมก็ได้ คือมองหางานเสริมแล้วจะเอาเงินมาโปะ แต่ถ้าไม่ได้ผลตามหวังยังไง ถ้าเป็นลูกค้าชั้นดี ผ่อน 3 ปีไม่มีขาด  ลองไปขอลดดอกกับแบงค์ดู หรือรีไฟแนนซ์  อย่าเพิ่งท้อครับ ผมก็พลาดอะไรมาเยอะ แต่บ้านนี่ถ้าพลาดผมก็ไม่เหลืออะไรจริงๆนะ คิดว่าเอาอยู่ มันมีหลายช่องทาง แต่ใจเราต้องไม่ท้อ

ส่วนเรื่องกำลังใจนั้น ผมเคยศึกษาวิธีการเสริมพลังใจ ของ bob proctor โดยมีหลักมาจากหนังสือของนโปเลียน ฮิล โดยให้เราหากระดาษแข็งมาทำเป็นการ์ดขนาดเท่านามบัตร เขียนหรือพิมพ์ก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ดูสวยงามก็พิมพ์สีเลย ใช้เครื่องปริ๊นนี่แหละ มองเผินๆจะเหมือนนามบัตร  ให้ระบุข้อความสั้นๆ ให้กำลังใจ หรือเป็นจุดมุ่งหมายในบัตร เช่น ฉันปลดหนี้บ้านได้ภายใน 10 ปีแน่ๆ ฉันต้องมีอาชีพเสริมรายได้ดี ฉันจะต้องมีรายได้ต่อเดือนเท่ากับรายได้เก่าปีนึง หรือเขียนเจาะจงอะไรลงไปก็ได้ ในแง่ดีที่เป็นพลังด้านบวก ให้นำการ์ดมาดูบ่อยๆ แล้วก็หลีกเลี่ยงการไปคุยกับพวกที่มองโลกในแง่ลบ เช่น อย่างคุณจะทำได้เหรอ เศรษฐกิจไม่ดีอย่าไปหวังอะไรมากเลย ฯลฯ

อีกอย่างถ้า จขกท มีเป้าหมายชัดเจน ก็เขียนระบุไปเลยว่า ในแต่ละไตรมาสต้องทำอะไรได้บ้าง  นี่แหละครับ ถ้าพลังใจเรามาเต็ม เราต้องทำได้แน่นอน เพราะผมก็ทำเหมือนกัน

 

 

ถ้าใจเราไม่กระหาย จ้างให้กิเลสก็ทำอะไรเราไม่ได้ By มึนมึนจัง

มาให้กำลังใจเจ้าของกระทู้ เราก็ไม่รู้ว่าอย่างเรานี่เรียก “สบาย” มั้ยนะ แต่จะเล่าเพื่อเป็นกำลังใจให้หลายๆ คนละกัน อีกอย่างที่เราอยากสื่อคือ “ถ้าใจเราไม่กระหาย จ้างให้กิเลสก็ทำอะไรเราไม่ได้ คือตั้งแต่เกิดมา เราไม่เคยต้อง “เช่าบ้านอยู่” เลย เรากับแม่ก็อาศัยบ้านญาติมาตลอดจนกระทั่งมีบ้านของตัวเอง  ตอนเกิด แม่ไปอยู่บ้านป้า เพราะป้าแต่งงานไปเมืองนอก เลยให้แม่ไปอยู่ดูแลลูกเค้า ลูกพี่ลูกน้องสองคน ก็เป็นบ้านตึกแถว พี่สาวก็ไปอยู่หอเรียนมหาลัย ตจว. พี่ชายก็เกเร ไปอยู่บ้านเพื่อน หูย! อยู่สบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองเพราะทั้งบ้านมีกันสองคน!

ตอนด็กๆ เราไม่รู้หรอกแม่ทำงานได้เงินเท่าไหร่ แม่เอาเงินไปทำอะไร แต่เรารู้ว่าบ้านเราจน เพราะเราไม่มีพ่อ เราไม่มีของเล่นเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ที่รวยๆ พ่อแม่พาไปเที่ยวเมืองนอกบ่อยๆ ทุกปิดเทอม ตอนนั้นไม่รู้จักคำว่า “บ้านของเราเอง” รู้แค่มีที่อยู่ที่ไม่ใช่ห้องพักเล็กๆ มันโคตรดีเลย เพราะไปเรียนพิเศษกับครูประจำชั้นที่บ้านแล้วบ้านครูเป็นห้องเล็กๆ เอง เรียนกับโต๊ะญี่ปุ่น ครูให้ลูกออกไปเล่นข้างนอกรอ อยู่จนเราอายุได้สิบขวบกว่าๆ ช่วงนั้น (ลูกพี่ลูกน้อง)พี่สาวแต่งงานแล้ว ย้ายไปอยู่คอนโดกับแฟน คนเริ่มต้นชีวิตครอบครัวอะเนอะ เค้าจะขายบ้านนี้กัน เพราะพี่ชายก็ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อื่นแล้ว ตึกแถวมันก็เก่า แล้วช่วงนั้นพี่สาวก็เริ่มขยับขยายฐานะ ไปซื้อบ้านย่านปทุม

เค้าให้เรากะแม่ไปอยู่คอนโดเก่าของพี่สาว จ่ายค่าส่วนกลางเอง ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า คอนโดสมัยก่อนไม่เหมือนห้องรูหนูสมัยนี้ กว้างนะ ถึงจะมีห้องเดียวโล่งๆ เลยก็เถอะ ห้องมุมสุด ติดบันไดหนีไฟ มีหน้าต่างใหญ่ๆ ติดกันสามบาน มีระเบียง เดินเข้าซอยไปไม่นาน อยู่ย่านปากเกร็ด เราขึ้นรถเมลล์ไปโรงเรียนโดยทางด่วนสะดวกมาก หลับยาว ตื่นก็ถึงอนุเสาวรีย์ละ เดินจากป้ายนั้นเข้าซอยรางน้ำไปโรงเรียน เราเดินแบบนั้นทุกวันจนชิน  ตอนนั้นเราก็ยังไม่เข้าใจโลกหรอก รู้แต่ช่วงหลังๆ แม่เราเค้าชอบพาเราขึ้นรถเมล์ข้ามฟากมาแถวกรุงเทพฯตะวันออก ไกลโคตร!

เหนื่อยนะ จากปากเกร็ด ต่อรถเมลล์มาลงอนุเสาฯ ไปประตูน้ำ จากประตูน้ำนั่งรถเมลล์มาแถวประเวศ เราไม่รู้ว่ามาเพื่ออะไร? มาทีไรก็ต้องมาทำความสะอาดบ้านในที่กันดารๆ ไม่มีของขายเยอะแยะเหมือนปากเกร็ด ชาตินึงรถเมลล์ถึงมาคันนึง แต่แม่บอกว่า “นี่บ้านของเรานะลูก” อยู่ไปได้ห้าปีมั้ง บ้านก็สร้างเสร็จ แม่ชวนย้ายออกจากคอนโดพี่มาอยู่บ้านของเราเอง สภาพคือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องย้ายไปที่ไกลๆ ต้องลำบากเรื่องรถราไปกลับโรงเรียน ตอนเช้าเบียดกับแม่ค้าปราจีนฯขึ้นรถไฟมาลงประตูน้ำทุกวัน เคยต้องยื่อรอสาย11หน้าพันทิปสามชั่วโมงอะ!

อยู่ได้ปีนึงก็เริ่มชิน เข้ามหาลัย เห็นเพื่อนที่มาจาก ตจว. ต้องไปเช่าหออยู่หลังมอ ต้องหารค่าห้อง เจอเพื่อนที่คุณหนู๊คุณหนูไปกลับรถเมลล์ไม่เป็นต้องขึ้นแต่แท็กซี่ ทำให้เริ่มเข้าใจชีวิตว่า “ตรูนี่โคตรสบายเลย”

ตอนใกล้จบ แม่มาบอกว่า “แม่ผ่อนบ้านหมดแล้วนะ ตอนนี้บ้านเราไม่มีหนี้อะไรแล้วนะ” เราถึงได้รู้สึกว่า “ฮะ! นี่เรามีบ้านเป็นของตัวเองใน เขต กทม. แล้วเหรอ?” มันทำให้เรารู้สึกว่าเราโคตรรวยเลย! จะมีอะไรที่ดีไปกว่าชีวิตที่ไม่มีหนี้ และมีบ้านชื่อของเราเอง ที่สำคัญตรูลูกคนเดียวว้อย! #บ้านหลังนี้เสร็จกรู!

พอช่วงมาร์ชเปิดตัวใหม่ๆ คนรู้จักเค้าจองไว้แล้วจะขายใบจอง แม่เราก็เลยซื้อต่อ ออโต้ถูกสุดสามแสนกว่าๆ แม่ผ่อนสามปีจบ #บ้านเรามีรถขับละนะ 1คัน แม่เรา เค้าเลี้ยงดูเราคนเดียว รับภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ตอนตายายยังอยู่ก็ส่งเงินกลับบ้าน เค้าเรียนบัญชี ทำงานบริษัทหลักทรัพย์ใหญ่ บริษัทมีแบ่งที่ขายให้พนักงาน เค้าเห็นลู่ทางเค้าก็ซื้อที่เปล่าไว้ ผ่อนตั้งแต่ตอนตัวเองยังเงินเดือนๆละสามพัน (ยี่สิบกว่าปีก่อน) จนผ่อนที่หมด เก็บตังค์ ไปกู้เงิน ธอส. จ้างบริษัทรับสร้างบ้าน เจ้าเดียวกับห้างชื่อดัง ผ่อนไปเรื่อยๆ จนหมด ได้บ้านเป็นของพวกเรา

ใครจะไปรู้ว่าวันนึงแอร์พอร์ตลิงก์มันจะมาลงหลังบ้าน! โคตรโชคดี รอดน้ำท่วมอีก ราคาที่พุ่งพรวด! แต่มันก็เซ็งนะที่แอร์พอร์ตลิงก์ดันมาตอนเราเรียนจบละทำงานอยู่บ้าน แต่แม่เราก็ไปทำงานด้วยไอ้รถไฟฟ้านี่ทุกวัน ส่วนไอ้มาร์ชน้อยคันนั้นมีไว้ไปเซเว่น ขับมา8ปีแล้วยังสี่หมื่นโลอยู่เลย

ระหว่างนั้น ตอนเด็กๆ เราไม่มีของเล่น ขึ้นรถเมลล์ทุกวัน เรากับแม่ไม่เคยได้ไปเที่ยวเมืองนอกที่ไหนเลย เอาแค่ในประเทศไทยก็ไม่เคยมีทริปไป เสาร์อาทิตย์ซักผ้าอยู่บ้าน ก็แม่เป็นมนุษย์เงินเดินอะ จะมีโอกาสได้ไปทีก็ไปกับพี่สาว(พอดีพี่เป็นผู้แทนยาไง พอลาออกก็แต่งกับหมอ เที่ยวฟรีในฐานะผู้ติดตามตลอด) แต่ก็เป็นช่วงที่เราอายุ20กว่าๆ แล้ว เราพึ่งเคยเก็บเงินไปเที่ยวต่างประเทศเองครั้งแรกไม่กี่ปีก่อน ไปสิงคโปใกล้ๆ เพราะมีเพื่อนทำงานที่นั่น

ตอนนี้ เรากับแม่ ไม่มีหนี้ มีบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ ที่มีห้องส่วนตัวมีห้องครัวห้องเก็บของ มีทีวีสองเครื่อง เตาอบ ไมโครเวฟ ตู้เย็น เครื่อซักผ้ามีครบ มีที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้เก็บผลสุดกินทุกปีไม่ต้องไปซื้อ มีรถสภาพยังดี เดินทางเข้าเมืองสะดวกด้วยแอร์พอร์ตลิงก์ ค่าวินเพียง20 เรากับแม่มีเงินเก็บคนละหกหลักนิดๆหน่อยๆ ไม่มีใครมีหนี้

แม่บอกว่าถ้าเกษียณจะมาจริงจังกับการเล่นหุ้น ตอนทำงานมันยุ่งไม่มีเวลาดูพอร์ต เราเองก็ทำงานอยู่กับบ้าน ทำโปรเจ็กหารายได้เล็กๆน้อยๆไปเรื่อยๆ ไม่ลงทุนเยอะมาก

ความฝันคือรอแฟนเรียนจบ ดร. แล้วเริ่มต้นทำมาหากินสักที จะได้แต่งงานกันสักที แก่ๆ กันแล้วทั้งคู่แต่พ่อแม่แฟนยังไม่ปล่อย คบกันมา15ปีไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลย แฟนไปค้าง ตจว. ไม่ได้ นั่นเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราเฉยๆ กับเรื่องไปเที่ยว แฟนมีรถคันนึง แต่รวมแล้วบ้านแฟนมีรถสี่คัน ได้ข่าวซื้อเงินสดทุกที เปลี่ยนรถใหม่บ่อยด้วย

เราบอกแฟนว่าสินสอดไม่ต้อง แต่ขอให้มีปัญญาหาเงินให้ได้ด้วยตัวเองอย่างน้อย 10% ที่เราเก็บเงินมา หรือไปหา”บ้านของตัวเอง”ให้ได้ จะคอนโดหรืออะไรก็แล้วแต่เพราะบ้านเค้ามีทั้ง พ่อ แม่ น้อง มันน่าเกลียดถ้าจะให้เราแต่งเข้าบ้านเค้าแล้วทิ้งแม่เราอยู่คนเดียว เราถามแฟนว่า “ถ้าพ่อแม่พี่ตาย พี่คิดว่าน้องชายพี่จะขายบ้านมั้ย? แล้วเค้ามีแววจะแต่งงานมั้ย? ถ้าเค้าแต่งงาน พี่ว่าเค้าจะแยกครอบครัวออกไปหรือพาแฟนเข้าบ้าน บ้านมันจะรับคนไหวมั้ย? พี่ต้องคิดเรื่องบ้านแล้วนะ”

แต่ถ้าเราไม่ได้แต่งงาน โสด และเตรียมตัวแก่ตายกับแม่เราสองคน อย่างน้อยเราก็สบายใจได้ว่า เรากับแม่มีที่ซุกหัวนอน มีรถไปโรงพยาบาล ญาติที่สนิทสุดๆ อย่างป้าก็อยู่เมืองนอก แกคงตายที่นั่น พี่สาวก็เป็นมะเร็งเสียไปแล้ว ไอ้พี่ชายทำสวนยางอยู่สุราษฏ์กับครอบครัวมัน ป้ามีบ้านอีกหลังที่ปทุม มีที่ให้พี่ชายปล่อยคนเช่าทำสวนสัปรด ปลูกมะพร้าวแถวประจวบฯ ถ้าอับจนหนทางจะไปขอปลูกกระต๊อบนอนเฝ้าสวนของมันเอาละวะ!

ในขณะที่รอบๆ ตัวเรา ญาติๆ คนอื่น บางคนเราเห็นเค้ากู้เงินซื้อบ้าน ก็ไม่รู้ว่าจัดการยังไงเงินต้นไม่ลดเล้ย! ตั้งแต่พึ่งแต่งงานจนลูกโตแล้วนะ  แม่เราก็บ่นเป็นห่วงญาติคนนั้นนะบอกว่า พอลูกเริ่มเข้ามัธยมแล้วจะเก็บเงินลำบากกว่านั้นอีก ลูกยิ่งโต ยิ่งเรียนสูง ค่าใช้จ่ายมันเยอะ เราเคบถามแม่ว่า “ละแม่ผ่อนบ้านยังไง?” แม่เราตอบมาว่า “ลูกไม่เห็นเหรอว่าตอนนั้นแม่มีเท่าไหร่ได้โบนัสอะไรมาแม่โปะธนาคารก่อนเลย เราไม่ฟุ้งเฟ้อไงลูก”

เรามาคิดๆ ดูนะ จริงของแม่ แม่เราดีแค่ไหนแล้วที่ทำทุกอย่างไว้ให้เรา ยิ่งพอได้เห็นกระทู้คนมาบ่นเรื่อง “พ่อแม่บังคับให้ใช้ชื่อกู้เงินซื้อบ้านแทน” “พึ่งรู้ว่าพ่อแม่มีหนี้หลายล้านและบังคับให้ผ่อนบ้านต่อเพราะอยู่กันมานานไม่อยากเสียบ้านไป” พวกกระทู้ถามว่ารับภาระผ่อนรถยนต์ไม่ไหวเพราะไม่คิดว่าการผ่อนรถจะหนักมากขนาดนี้ควรทำไงดี? ยิ่งเห็นกระทู้หนี้บัตรเครดิตเอยอะไรเอย เรานี่คิดเลยนะว่าเราโคตรโชคดีเลย!

เกิดมาก็ไม่เคยต้องเช่าบ้านอยู่ มีบ้านในเขต กทม. ติดแอร์พอร์ตลิงก์ มีอีโคคาร์ขับ ไม่มีหนี้ มีเงินเก็บก้อนเล็กๆหกหลักจากน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ยังไปไหนด้วยการขึ้นรถเมลล์ได้ มีแฟนดีและมันมีรถขับ(สาเหตุที่ทำให้เราไม่ค่อยได้ขับรถตัวเอง) แต่แฟนก็เป็นคนสมถะที่ลากเราไปงานอุ่นไอรักด้วยการขึ้นใต้ดินไปนั่งรถฟรีที่หัวลำโพง … เราว่า สาเหตุหลักที่เราอยู่ได้เพราะเราพอเพียง เราใช้ชีวิตพอเหมาะกับสถานะภาพของเรา ไม่กระหายอยากได้อยากมีอยากเหมือนคนอื่น ทรัพย์ที่เรามีจึงเพียงพอแล้ว และนั่นก็เพราะการอบรมสั่งสอนและวางรากฐานไว้ให้จากแม่ของเรา ไตร่ตรองว่าสิ่งใดจำเป็นและสิ่งใดเร่งด่วน อะไรคือสิ่งที่รอได้

กราบขอบคุณที่แม่เตรียมทุกอย่างไว้ให้หนูค่ะ รู้สึกชีวิตตัวเองโคตรดี๊ดี เราหวังว่าเรื่องเล่าของเราจะทำให้คนที่อ่าน ได้คำตอบของตัวเองว่า “เรากำลังทำอะไร? และอนาคตเราจะเป็นยังไง?”  อย่าคิดใกล้นะ แต่ให้คิดไว้เลยว่าอนาคตจะตายยังไง ตายกับใคร? ตายท่ามกล่างลูกหลานมันก็ดี แต่ถ้าตายคนเดียว จะนอนอืดในบ้านตัวเองหรือไปอืดคาห้องเช่าคนอื่น?

ใครที่กำลังสร้างหลักสร้างฐานให้ลูกๆ และคนในครัวครอบ เราก็เป็นกำลังใจให้ค่ะ สักวันเค้าจะขอบคุณคุณเหมือนที่เราโคตรปลื้มแม่เราที่มองการณ์ไกลส่วนใครที่กำลังผ่อนบ้าน เราก็ขอเป็นตัวอย่างให้พวกคุณเห็นว่าชีวิตที่ไม่ได้เที่ยว ไม่มีไอโฟนรุ่นล่าสุดใช้ แล้วก็ขึ้นรถสาธารณะ มันก็ไม่ได้แย่นะ อย่างน้อยยุคนี้มีรถไฟฟ้า ดีกว่าสมัยก่อนเยอะ! เพราะต่อให้คุณขับรถ ที่บางที่มันก็ไม่มีที่จอดสำหรับคุณอยู่ดี ไปรถเมล์เถอะ ฮ่าๆ

 

หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆได้นะค่ะแล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

 

ลงประกาศฟรี !!! ไม่มีค่าใช้จ่ายลงประกาศเลย คลิ๊ก …

ขายคอนโดมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดิน กับ Dot Property ขายง่าย ขายไว หรือต้องการซื้อ-เช่า !!! คอนโดมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดินทั่วไทยมากกว่า 300,000 รายการคลิ๊กที่นี่