DotProperty.co.th

รีไฟแนนซ์ กับ รีเทนชั่น ตัวช่วยพิเศษสำหรับคนผ่อนบ้านไม่ไหว…

รีไฟแนนซ์บ้าน,ดอกเบี้ยบ้าน,อัตราดอกเบี้ย

สวัสดีค่ะหลายๆท่านที่กำลังประสบปัญหาจ่ายค่าบ้าน ในช่วง 3 ปีแรกก็พอจะจ่ายได้แบบสบายมือเพราะ ดอกเบี้ยถูก แต่พอผ่านไป3ปีแล้ว อัตราดอกเบี้ย มีการปรับใหม่อาจจะทำให้เราเริ่มส่งบ้านไม่ไหว อีกวัตถุประสงค์คือ รีไฟแนนซ์ เพื่อเอาเงินเพิ่ม

หลายๆธนาคารอาจจะมีการให้วงเงินจากราคาประเมินเพิ่ม เช่น ตอนที่เราซื้อเมื่อ 3 ปีที่แล้วราคาประเมิน 2,000,000 ผ่านมา 3ปี ราคาประเมินขึ้นเป็น 2,500,000บาท  ธนาคารจะคิดวงเงินจากราคาประเมินล่าสุด เราก็จะได้ยอดเงินเพิ่ม เอามาทำประโยชน์อื่นๆได้ค่ะ  ที่กล่าวมานี้สามารถทำได้ใน การรีไฟแนนซ์ กับ รีเทนชั่น  แต่ที่นี้ทั้ง2อย่างนี้มันต่างกันยังไงเราไปหาคำตอบค่ะ

การ” รีไฟแนนซ์ ” (Refinance) คือการเปลี่ยนสำนักผ่อนเพื่อลดอัตราดอกเบี้ยการผ่อนให้น้อยลง โดยทั่วไปจะทำกันทุกๆ 3 ปี เพราะ โดยปกติแล้วธนาคารจะมีโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำเฉพาะ 3 ปีแรก รีไปเพื่ออะไร สำหรับผมในช่วง 3ปีแรก ดอกเบี้ยถูก เราจ่ายเงินไปมากเท่าไหร่ มันก็จะหักจากเงินต้นได้มากยิ่งขึ้น

การ “รีเทนชั่น” (Retention) ก็ลดได้ไม่แพ้กันค่ะ แถมไม่ต้องวุ่นวายหาแบงก์สำนักใหม่ให้เพลียร่างอีกด้วย เพราะ การ “รีเทนชั่น” ก็คือ การขอเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารเดิมนั่นเอง  แต่ดอกเบี้ยลดไม่มาก  คือส่วนลดอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่0.25-0.50% ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติหรือประวัติของผู้กู้ ต่างจากการรีไฟแนนซ์ที่จะได้ส่วนโปรโมชั่น ลดอัตราดอกเบี้ย MLR ที่ต่ำกว่าของธนาคารนั้นๆ แต่วิธีนี้จะสะดวกรวดเร็วเพียงแค่ผู้กู้เตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำร้องก็สามารถยื่นกู้ได้ในระยะเวลาในการพิจารณาไม่นานเพราะธนาคารมีประวัติลูกค้าอยู่แล้วค่ะ

ทีนี้เราลองมาเปรียบเทียบดูกันถึงข้อแตกต่างระหว่างการรีเทนชั่นกับรีไฟแนนซ์ มาดูกันสิว่า…แบบไหนจะให้ความคุ้มค่ากับเราได้มากที่สุด

รีเทนชั่น (Retention)

  1. ไม่ต้องยุ่งยากเตรียมเอกสารมาก เนื่องจากธนาคารมีฐานข้อมูลของลูกค้าอยู่แล้ว
  2. ระยะการพิจารณาอนุมัติไม่นาน กู้รู้ผล
  3. ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมมาก
  4. อัตราดอกเบี้ยลดลงไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 0.25-0.50% (ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้กู้)
  5. ต้องผ่อนค่างวดไปแล้วอย่างน้อย 3 ปีก่อถึงจะทำการรีเทนชั่นได้

รีไฟแนนซ์ (Refinance)

  1. เริ่มยื่นเอกสารและทำการพิจารณาการกู้ใหม่
  2. ใช้เวลาพิจารณาเช่นเดียวกับการขอยื่นกู้ใหม่
  3. เสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเหมือนกับว่าเพิ่งทำการกู้ใหม่
  4. มีอัตราดอกเบี้ยให้เลือกหลายหลายกว่า เนื่องจากเราสามารถเปรียบเทียบก่อนกู้ได้
  5. ต้องผ่อนค่างวดไปแล้วอย่างน้อย 3 ปี ถึงจะทำการรีไฟแนนซ์ได้

รู้อย่างนี้แล้ว คุณก็อาจขอคำแนะนำและปรึกษากับธนาคารที่กู้อยู่เดิมก่อนเพื่อขอเปรียบเทียบดอกเบี้ยของการรีเทนชั่น ถ้าไม่พอใจ ก็ค่อยเปลี่ยนไปรีไฟแนนซ์กับสังกัดที่ให้ดอกเบี้ยที่คุณพอใจมากกว่าก็ยังไม่สายค่ะ

ต้องการซื้อ-เช่ !!!คอนโดมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดินทั่วไทยมากกว่า 300,000 รายการคลิ๊กที่นี่

ลงประกาศขาย-ให้เช่า ฟรี !!! คอนโดมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดินกับ Dot Property ขายง่าย ขายไว ไม่มีค่าใช้จ่ายลงประกาศเลย