5 ตระกูลใหญ่และองค์กร ที่ถือครองที่ดินรายใหญ่ของประเทศไทย มีตระกูลไหนบ้างไปดู

5 องค์กรและตระกูลใหญ่ ผู้ถือครองที่ดิน รายใหญ่ของประเทศไทย วันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านทุกๆท่านไป ดูกันว่าทั้ง 5 ตระกูลและองค์กรนี้มีตระกลูไหนบ้างเเล้วเขาเหล่านั้นครอบครองที่ดินในไทยทั้งหมดกี่ไร่และแต่ละตระกูลทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อะไรกันบ้าง เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลยค่ะ

5 ตระกูลและองค์กรใหญ่ ผู้ถือครองที่ดิน รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

อันดับที่ 5 บมจ.ไออาร์พีซี ดิมชื่อ บริษัท อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด ครองที่ดินในไทย จำนวน 17,000 ไร่

ผู้ถือครองที่ดิน

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ “ไออาร์พีซี” เดิมชื่อ บริษัท อุตสาหกรรม ปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด  หรือ “ทีพีไอ”ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจรแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงงานอยู่ที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทฯ พร้อมสาธารณูปโภคที่สนับสนุนการดำเนิน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร เช่น ท่าเรือน้ำลึก คลังน้ำมัน และโรงไฟฟ้า  โดยกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมี เป็นหลัก ดังนั้น ที่ดินที่นำมาพัฒนา จึงเน้นเป็นโครงการ เพื่อสนับสนุนธรกิจหลัก ดังที่กล่าวไปแล้ว

อันดับ 4 สำนักงานทรัพย์สินฯ ครองที่ดินในไทย  จำนวน 30,000 ไร่

ผู้ถือครองที่ดิน

สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เป็นหน่วยงานในพระมหากษัตริย์ มีหน้าที่จัดการ ดูแลรักษา จัดหาผลประโยชน์ และดำเนินการอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ตามที่จะทรงมอบหมาย โดย มีที่ดินที่ทำสัญญาให้เช่าแก่หน่วยงานราชการ องค์กรธุรกิจ และบุคคลทั่วไป โดยใน  ปัจจุบันมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในความดูแลประมาณ 37,000 สัญญา โดยส่วนใหญ่จะทำการให้เช่าที่ดินเป็นหลัก โดยมีหน้าที่ดูแลรักษาและบริหารทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่แยกต่างหากกับทรัพย์สินส่วนพระองค์ และทรัพย์สินส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยปัจจุบันมีพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เป็น ประธานกรรมการ และผู้อำนวยการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

อันดับ 3 บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม   ครองที่ดินในไทย  กว่า 44,400 ไร่

ผู้ถือครองที่ดิน

บมจ.สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ดำเนินธุรกิจด้านน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ดำเนินกิจการปลูกปาล์มน้ำมัน และมีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น เช่น น้ำมันปรุงอาหาร เนยเทียม ไอศครีม สบู่ แชมพู ส่วนผสมอาหาร เคมีภัณฑ์ อาหารสัตว์ เป็นต้น และน้ำมันปาล์มยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตไบโอดีเซล ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือก โดยประมาณครึ่งหนึ่งเป็น พื้นที่สัมปทานของสวนเคียนซากับกรมป่าไม้ โดยประมาณ 8,588 ไร่ และ พื้นที่สัมปทานของสวนชัยบุรีกับกรมป่าไม้ อีก 13,064 ไร่  นอกจากนี้ยังมีนโยบายในการหาที่ดินเพื่อนทำสวนปาล์ม อีกด้วย

อันดับที่ 2 ตระกูลเจียรวนนท์ หรือ  เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครองที่ดินในไทย  กว่า 200,000 ไร่

ผู้ถือครองที่ดิน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ จาก ตระกูลเจียรวนนท์  กลุ่มบริษัทผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกลุ่มธุรกิจในเครือฯรวม 13 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร, กลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยและเคมีเกษตร, กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ, กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร, กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง, กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์, กลุ่มธุรกิจการตลาดและการจัดจำหน่าย, กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม, กลุ่มธุรกิจพลาสติก, กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มธุรกิจยานยนต์, กลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์ และกลุ่มธุรกิจการเงินและการธนาคาร

โดยในด้าน ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่  กลุ่มแรกคือบริษัท ซีพี แลนด์ จำกัด หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในตระกูลเจียรวนนท์ และมีสุนทร อรุณานนท์ชัย เป็นทั้งผู้ถือหุ้นและบริหารงานหลัก  โดยจะลงทุน บ้านเดี่ยว คอนโดและห้างสรรพสินค้า โดยเน้นการลงทุนตามต่างจังหวัด เป็นหลัก ในด้านเช่าก็มี  อาคารสำนักงาน  อาคารซีพีทาวเวอร์ และห้างฟอร์จูนทาวน์ เป็นต้น

กลุ่มที่สอง กลุ่มบริษัท ดีที กรุ๊ปฯ และ แมกโนเลีย หรือ เอ็มคิวดีซี   มีลูกสาวคนสุดท้องของ เจ้าสัวธนินท์ และคุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ อย่าง คุณบี ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์  โดยจะโดยเน้นการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงยังมีบริษัทที่ปรึกษาสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทออกแบบ โดยมีธุรกิจหลักคือการพัฒนาโครงการเอง  ได้แก่ โครงการ แมกโนเลีย ราชดำริ บูเลอวาร์ด คอนโดผสมโรงแรมระดับ 6 ดาว และสุดยอดอภิมหาโปรเจค  ดิไอคอนสยาม   ที่จับมือกับ ซีพี และสยามพิวรรธน์

อันดับที่ 1 ตระกูลสิริวัฒนภักดี หรือ ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น ครองที่ดินในไทย  กว่า 630,000  ไร่

ผู้ถือครองที่ดิน

ตระกูลสิริวัฒนภักดีเจ้าของอาณาจักรทีซีซี คอร์ปอเรชั่น และไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)   ประกอบธุรกิจหลายแขนง อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกันภัย กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ โดยในภาคกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลสิริวัฒนภักดี จะทำการแบ่งทีมบริหารออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ใหญ่ ดังนี้

กลุ่มแรกคือกลุ่มทีซีซีแลนด์ นำทีมโดย  คุณต่อ โสมพัฒน์ กับ คุณเอ๋ วัลลภา ไตรโสรัส (ลูกสาวคนที่ 2 ของเจริญ และ คุณหญิงวรรณา) จะทำ ธุรกิจ คืออสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และ อาคารสำนักงานด้านโครงการดังๆเช่น โรงแรม  แมริออท ควีนส์ปาร์ค    คอมมูนิตี้มอลล์ ชื่อดัง เอเชียทีค  อาคารสำนักงานดังอย่าง อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ เป็นต้น กลุ่มนี้จะ ทำการสะสมเพื่อก่อร่าง สร้างธุรกิจ มาในอดีต โดยเน้นพัฒนาเพื่อเช่า หรือรับรู้รายได้ระยะยาวเท่านั้น

กลุ่มที่สอง คือ บริษัท ทีซีซีแอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย)ฯ โดยมี คุณยอด ปณต สิริวัฒนภักดี เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ดูแลธุรกิจคือ อสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อีกเช่นกัน ที่มีบริษัทหลัก คือ บริษัทยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)   โดยจะเป็นธุรกิจประเภท ที่อยู่อาศัยเพื่อขาย และโครงการอาคารสำนักงาน เช่น ปาร์คเวนเจอร์ อีโคเพล็กซ์ และโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) อีกหนึ่งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน กลุ่มนี้จะเน้นพัฒนาที่ดินที่ซื้อเข้ามาใหม่ โดยมีทั้งการพัฒนาเพื่อขาย และรับรู้รายได้ในระยะยาว

สนใจข้อมูลข่าวสารเด่นๆ คอนเทนท์ร้อน ที่เรานำมาเสิร์ฟให้คุณผู้อ่านในทุกๆวันจาก Dotproperty คลิ๊ก