แชร์ประสบการณ์ เพื่อนบ้านเขียนจดหมายด่าเพราะขอให้ช่วยขยับรถที่จอดขวางประตูออก บ้านตัวเอง

ปัญหา การที่ เพื่อนบ้าน ไม่มีหรือไม่ให้ความเกรงใจเพื่อนคนอื่น มีให้เห็นไม่ขาดหายไปจากสังคมไทยเลย เพราะคนหรือเพื่อนบ้าน ที่มักง่ายเหล่านี้ จะทำอะไรโดยคิดถึงตัวเองเป็นอันดับแรกๆ เสมอโดยทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองสบายเอาไว้ก่อนเพื่อนบ้านคนอื่นๆช่างหัวมัน อย่างเช่นตัวเรื่องราวที่เราอย่างจะยกมาแชร์ให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน โดยเรื่องราวในครั้งนี้เป็นข่าวที่ทาง คมชักลึก ได้ลงข่าวไว้ และได้คุณ สมาชิกหมายเลข 4203228 สมาชิกจากเว็บไซต์ pantip.com ได้มาเรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจง่าย เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลยค่ะ

เพื่อนบ้าน หรือ มนุษย์พันธุ์พิเศษชอบจอดรถหน้าบ้านคนอื่น  By สมาชิกหมายเลข 4203228

เพื่อนบ้าน

ตอนเราเป็นเด็ก หรือเรามีลูกหลาน เราจะได้รับการ “อบรมเรื่องมารยาท ความเกรงใจคนอื่น” แต่ต้องยอมรับว่า การทำอะไรตามใจ เอาสบาย คือไทยแท้ ก็ยังเป็นสิ่งที่เหมือนจะยังติดตัวเราอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์ที่ไม่ทราบว่าอพยพมาจากดาวดวงไหน ทำไมเขาถึงไม่คิดถึงความเดือดร้อนที่ตัวเองได้ทำไว้ ว่าจะทำให้คนรอบข้างลำบากแค่ไหน ยิ่งเฉพาะยุคสมัยที่ไม่ต้องมีเงินมาก ก็สามารถออกรถมาขับได้

“เพลียจริงๆ เปิดบ้านออกมา เจอมนุษย์ป้าจอดรถขวางประตูซะงั้น”  เสียงบ่นของคนดวงซวยคร่ำครวญฝากไว้ในห้องสนทนาบนสังคมออนไลน์ไม่เว้นแต่ละวัน คนเหล่านี้น่าสงสารและสมควรได้รับความเห็นใจ  ในชีวิตมีปัญญาซื้อบ้านแค่ 1 หลัง ดันโชคร้ายมาเจอเพื่อนบ้านแย่ๆ เห็นแก่ตัว  ถ้าย้ายหนีไปไหนไม่ได้ก็ต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิต อย่างเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดกับป้าวัย 59 ปี ชูศรี ทำกินรวย ที่ถูกเพื่อนบ้านเขียนจดหมายด่าแปะไว้หน้าบ้าน หาว่าไม่เกรงใจ หลังจากที่เธอเดินไปขอให้คนในบ้านละแวกนั้นช่วยขยับรถที่จอดขวางประตูออกไปที

เพื่อนบ้าน

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ป้าชูศรี แกซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง  ป้าแกเป็นคนใจเย็นและใจดี เพื่อนบ้านเอารถมาจอดขวางหน้าบ้านทุกวันก็ไม่ว่าอะไรแม้จะมีป้ายเขียนติดไว้ว่า “กรุณาอย่าจอดรถขวางประตู” แล้วก็ตามเหมือนกับว่าป้าแกทนอยู่ในสภาพแบบนี้จนชิ้นชาแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นคนยอมเกินไปจึงทำให้ถูกระราน   อยู่มาวันหนึ่งป้าแกจะออกไปทำงานตอนตีหน้าแต่เปิดประตูเข็นมอเตอร์ไซค์มาไม่ได้ ป้าจึงเดินไปตามเจ้าของรถที่จอดขวางอยู่ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ป้าเลยเขียนข้อความฝากไว้ที่รถ แต่เจ้ากรรม ความเดือดร้อนของป้าได้สร้างความไม่พอใจให้เจ้าของรถอย่างไม่น่าเชื่อ”นี่เป็นที่สาธารณะ ไม่มีใครเขาตรัสรู้หรอกว่าคุณจะออกกี่โมง ทีหลังก็กรุณาติดป้ายบอกไว้ที่หน้าบ้านไม่ต้องมาเขียนใส่ที่รถ O.K. ไม่เกรงใจกันเลย” ข้อความผรุสวาทบนกระดาษแผ่นน้อยถูกแปะไว้ที่ประตูรั้วหน้าบ้านแสดงการตอบโต้จากเพื่อนบ้านที่ป้าบังอาจไปรบกวนเวลานอนของเขา

เพื่อนบ้าน

“บอกตรงๆ หน้าบ้านของป้าไม่ว่าจะรถอะไรก็มาจอดได้หมด แต่ขออย่างเดียวอย่ามาปิดทางเข้าออกขนาดนี้ และมาจอดกระชั้นชิดกับประตูของป้า แล้วจะเปิดออกได้อย่างไร ป้าเข้าใจดีว่า บ้านป้าไม่มีรถใหญ่ แต่ป้าก็ไม่เคยหวงที่จอดรถ เพราะใครก็สามารถมาจอดได้” คำอธิบายของป้าชูศรี บอกถึงความถ้อยทีถ้อยอาศัยที่คนในหมู่บ้านพึงมีให้แก่กัน แต่สิ่งที่ป้าได้รับกลับเป็นความใจแคบจากคนที่เพิ่งได้รับความเมตตาจากป้าไปทุกคืน

เพื่อนบ้าน

ปัจจุบันป้าชูศรี ยังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ แม้จะถูกรบกวนจากพวกรถหน้าบ้านอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ซ้ำรอยเกิดขึ้นอีก สู้ไม่ไหวขายบ้านหนี เหมือนจะเป็นกระแส…แต่มันไม่ใช่ เพราะการตัดสินใจประกาศขายบ้านทิ้งเพื่อหนีปัญหานั้น มันคงเป็นฟางเส้นสุดท้ายแล้วจริงๆ สำหรับผู้ประสบชะตากรรมรายนี้ มานิตย์  โสภาเลิศ ประกาศขายบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังจากที่เขาไม่สามารถทนกับสภาวะกดดันจากการถูกเพื่อนบ้านจอดรถกีดขวางทางเข้าออกบ้านของตัวเองได้

เพื่อนบ้านเขาบอกว่าสาเหตุที่ตัดสินใจประกาศขาย หรือให้เช่าบ้านหลังนี้ เพราะเกิดจากความไม่สะดวกในการนำรถเข้าออกบ้านเพราะหมู่บ้านนี้ถนนแคบ  “ปัญหาเกิดขึ้นมาเกือบปีแล้ว หน้าบ้านผมและบ้านคู่กรณีประตูตรงกัน เขานำรถมาจอดหน้าบ้านทำให้รถผมเลี้ยวเข้าออกไม่ได้ ต้องไปเรียก แรกๆ ก็ใช้เวลาเรียกไม่นาน พอผ่านไปนานเข้าก็ช้ากว่าจะมาถอย ด้วยเหตุผลที่ว่าเขากำลังกินข้าว อาบน้ำ ทำธุระ เขาจะออกมาขยับรถช้าจนเราทนไม่ไหว เคยพูดคุยมากกว่า 10 ครั้ง ทั้งคุยดีและทะเลาะด้วย บางครั้งเราทนไม่ได้ก็เปลี่ยนไปใช้มอเตอร์ไซค์  แต่บางครั้งเราต้องใช้รถยนต์ ถ้าค่อยๆ ขยับก็เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ” มานิตย์ระบายความอัดอั้นในใจที่ต้องทนอยู่กับปัญหาเดิมๆ มาครึ่งค่อนปี  ตามข่าวไม่ปรากฏว่า มานิตย์ อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานเท่าใด แต่ด้วยวัยเพียง 33 ปี เขาจำเป็นที่จะต้องยอมทิ้งบ้านหลังนี้ไปเพียงเพื่อหนีปัญหาที่คิดว่าคงแก้ไม่ได้แน่แล้ว

 

เพื่อนบ้านกระนั้นแม้ว่าหลังจากเรื่องนี้ถูกนำเสนอผ่านสื่อ และมีกรรมการหมู่บ้านและตำรวจมาเจรจาไกล่เกลี่ย  จนเจ้าของรถที่อยู่บ้านหลังตรงข้ามยอมรับปากว่าจะนำรถเข้าไปจอดในบ้านแล้ว แต่มานิตย์ยังยืนยันที่จะไม่ขออยู่ที่นี่ต่อไป

“เขารับปากว่าจะนำรถเข้าบ้านก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ผมก็ยืนยันว่าจะขายบ้านอยู่ แต่ที่ต้องมาจัดการปัญหานี้เพราะคนที่มาซื้อบ้านต่อจะเกิดปัญหาตามมาแบบผม ผมจึงต้องเคลียร์ปัญหานี้ก่อน”  บ้านตัวจอดไม่ได้-ปลูกต้นไม้เยอะ นึกว่าจะมีแต่ป้าชูศรี ที่ต้องทนกับพวกเห็นแก่ตัว  ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก Social Hunter V.ss ได้โพสต์ภาพรถยนต์คันหนึ่งจอดขวางหน้าบ้านคนอื่น มีการเขียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ บอกว่าถ้าหากต้องการเลื่อนรถให้โทรไปตาม  จากข้อความในโพสต์นี้ทำให้ทราบว่ารถคันที่ว่านี้เป็นรถของบ้านหลังตรงข้ามที่อยู่ในซอยเดียวกัน โดยสาเหตุที่ทำแบบนั้นเพราะที่หน้าบ้านของตนเองปลูกต้นไม้ในกระถางจนไม่มีที่ว่างให้จอดรถ และนี่เองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าของรถรายนี้ถูกโจมตีจากสังคมออนไลน์อย่างหนักหน่วงช่วงสองวันที่ผ่านมา

 

เพื่อนบ้าน

“ถ้าเป็นหน้าบ้านคุณจะทำไงดี คนหน้าด้านย่านอุดมสุข ทั้งซอยเขาเอือมระอา บอกเเล้วก็ยังจะทำ หน้าบ้านตัวเองมีไม่จอด ถ้ามันสร้างความเดือดร้อนหน้าด้านขนาดนี้แนะนำน้ำปลาตราปลาหมึกราด”  นี่คือคอมเมนต์บางส่วนจากเพจดังกล่าว แต่ที่เด็ดเห็นจะเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Siraphob Dumsee แนะนำให้ถอดล้อออก ไปต่างจังหวัดสามวัน เขียนป้ายบอกไว้ “ขยับรถเมื่อไหร่ ให้โทรมา” กระนั้นยังไม่มีรายงานว่าหลังจากเรื่องราวการจอดรถขวางบ้านคนอื่นรายนี้ถูกแชร์ออกไปในสังคมออนไลน์แล้ว เหตุการณ์ที่นั่นจะเป็นอย่างไรต่อไป  แต่เชื่อว่าหลังจากกระแสจอดรถขวางหน้าบ้านปรากฏเป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ ต่อไปใครที่คิดจะซื้อบ้านสักหลังคงต้องสืบสาวประวัติเพื่อนบ้านให้ดีเสียก่อน ไม่เช่นนั้นท่านอาจพบกับพฤติกรรมเห็นแก่ตัวของเพื่อนบ้าน…ถ้าท่านไม่เจ๋งพอแบบ “ป้าขวาน” แห่งสวนหลวง ร.9  ที่หลังจากทุบรถที่จอดขวางหน้าคฤหาสน์เสร็จ ยังจับเจ้าของติดคุกได้อีกด้วย

เพื่อนบ้าน

จากนี้ไป เมื่อมีข้อพิพาท จะมีมาตรฐานทางกฎหมาย (เพราะทางสังคมกับจริยธรรมมนุษย์พันธุ์พิเศษคงไม่ได้ใส่ใจ) ว่า “การกระทำเช่นนี้สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายแก้ปัญหาได้”

นอกจากนี้สำหรับการอยู่อาศัยนั้นนอกจากเราอาจจะต้องเจอกับ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวบ้านแล้ว ปัญหาจาก สภาพแวดล้อม ยิ่งที่เจอและเป็นปัญหาบ่อยครั้งคงหนีไม่พ้นปัญหา เพื่อนบ้าน ที่ยากจะรับมือ ถึงขั้นแจ้งความขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาก็มีอยู่มากมายซึ่งสาเหตุหลักๆก็เห็นจะมีไม่กี่ข้อวันนี้เราสรุปปัญหา ที่พบบ่อยพร้อมวิธีแก้ไขมาแนะนำมาฝากกัน ที่ 6 ข้อกฏหมายช่วยคลายปมปัญหากับเพื่อนบ้าน ให้อยู่หมัด

 

ที่มา สมาชิกหมายเลข 4203228 และ komchadluek.net