SENA เปิด 7 กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย ที่ช่วยให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

อย่างที่ทราบกันดีว่าธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากปัจจัยในเรื่องของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งทำให้ยอดขายบ้านของผู้พัฒนารายต่าง ๆ ในท้องตลาดต่างก็ลดลงกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ในปี 2563 ที่ผ่านมา แต่ก็ใช้ว่าผู้พัฒนารายต่าง ๆ จะนิ่งนอนใจและรอคอยเพียงปัจจัยบวกที่จะกลับมาช่วยหนุนยอดขายบ้านให้ดีขึ้นเท่านั้น เพราะจะเห็นได้ว่าผู้พัฒนาต่างก็ออกกลยุทธ์เพิ่มยอดขายเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงและความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค เช่นเดียวกับบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ที่ได้ก้าวข้ามผ่านปี 2563 มาได้อย่างดีและยังคงมีแผนกลยุทธ์เพิ่มยอดขายที่จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในปี 2564 ต่อไป

ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 นั้น ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีการหยุดชะงัดไปหลายเดือน อีกทั้งทำให้ยังส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ต้องมีการปิดตัวและมีการเลิกจากพนักงาน ซึ่ง SENA เองถือว่าโชคดีเป็นอย่างมากที่สามารถฟื้นตัวผ่านวิกฤตนี้ด้วยระยะเวลาที่ไม่นาน 

โดยในส่วนของยอดขายบ้านของปี 2563 SENA ได้สร้าง New High ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 8,600 ล้านบาท อีกทั้งยังทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,119 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ธุรกิจของ SENA ยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดีนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจาการบริหารต้นทุนที่ดีและมีความระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการ นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ให้เข้ากับเทรนด์การทำงานแบบ Work From Home ไม่ว่าจะเป็นการติดโซลาร์ในทาวน์โฮม รวมไปถึงการพัฒนาโครงการคอนโดต่ำกว่าล้านเพื่อผู้บริโภคที่มีรายได้ที่จำกัดแต่ต้องการความมั่นคงในด้านที่อยู่อาศัย 

01_กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย (1) (1)กลยุทธ์เพิ่มยอดขายในปี 2564

หลังจากที่ได้เห็นภาพรวมการทำงานในปีที่ผ่านของ SENA กันไปแล้ว คราวนี้มาลองดูกลยุทธ์เพิ่มยอดขายที่ทางบริษัทได้วางไว้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตในปีนี้กันบ้าง 

สำหรับกลยุทธ์เพิ่มยอดขายในปีนี้นั้น ดร.เกษรา ได้กล่าวว่า บริษัทได้มีความพยายามในการที่จะเสริมความแข็งแกร่งของบริษัทในทุก ๆ ด้าน ผ่านกรอบความคิดแบบ “7 Strong” ดังนี้

1.Strong Step คือกลยุทธ์ในการเปิดตัวโครงการต่าง ๆ ในปี 2564 ทั้งสิ้น 17 โครงการ รวมมูลค่า 15,700 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมในย่าน Prime Area 3 โครงการ มูลค่า 7,100 ล้านบาท โครงการเสนา คิทท์ ซึ่งเป็นโครงการคอนโดต่ำกว่าล้าน 6 โครงการ มูลค่า 2,100 ล้านบาท โครงการเสนา อีโค ทาวน์ 2 โครงการ มูลค่า 1,100 ล้านบาท และแนวราบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมอีก 6 โครงการ มูลค่า 5,400 ล้านบาท

2.Strong Affordable Condo เป็นกลยุทธ์เพิ่มยอดขายในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งทาง SENA ได้หันมาให้ความสำคัญกับโครงการคอนโดต่ำกว่าล้าน ภายใต้แบรนด์น้องใหม่อย่าง “เสนา คิทท์” เพื่อเป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มเรียลดีมานด์ 

3.Strong Partner โดย SENA ได้มีการร่วมมือกับ ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป ซึ่งถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันทาง SENA และ ฮันคิว ได้มีโครงการที่พัฒนาร่วมกันถึง 14 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 40,000 ล้านบาท และในปีนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการแนวราบและ Affordable Condo ร่วมกัน โดยมีการนำนวัตกรรม Geo fit+ และเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในโครงการ

4.Strong Solar เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เพิ่มยอดขายที่สำคัญของทาง SENA เนื่องจาก SENA ถือเป็นผู้พัฒนารายแรกที่เริ่มให้ความสำคัญและหันมาจริงจังกับการนำพลังงานโซลาร์มาใช้ภายในบ้านและคอนโด โดยในปีนี้ ทาง SENA มีเป้าหมายที่จะติดตั้งโซลาร์เพิ่ม 15 โครงการ หรือ 538 ยูนิต

5.Strong Digitalized Service App SENA 360 เป็นแอปพลิเคชั่นที่ทาง SENA มีการพัฒนาฟังก์ชั่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่เริ่มต้นการจองไปจนถึงบริการหลังการขาย

6.Strong Agent เป็นบริการพิเศษจากบริษัท แอคคิวท์ เรียลตี้ จำกัด ที่มีการเพิ่มบริการใหม่ให้มีการตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศรวมไปถึงนักลงทุนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.Strong Management Team คือการทำงานอย่างเป็น Team Work โดย SENA ได้มีการปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นในทุก ๆ ปี

อ้างอิง
https://www.matichon.co.th/economy/news_2605366