หาเงินทุนมารีโนเวทบ้านจากธนาคารต้องทำอย่างไรบ้าง

เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งบ้านที่เคยอยู่ก็จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่ความจำเป็นนี้กลับมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว หลายคนจึงมีปัญหาในเรื่องของเงินทุนที่จะนำมาใช้รีโนเวทบ้าน ซึ่งดอทขอบอกเลยว่าเราสามารถกู้จากธนาคารได้ แต่จะต้องมีแผนการรีโนเวทที่สามารถรู้ได้ว่าต้องการใช้วงเงินในการรีโนเวทเป็นเงินเท่าใดกันแน่ โดยอย่าลืมเผื่อวงเงินที่ต้องแก้ไขงานผิดพลาดลงไปด้วย 

เมื่อเราทราบวงเงินอย่างแน่นอนแล้ว ก็สามารถทำเรื่องยื่นกู้ขอสินเชื่อ ซึ่งแต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป เรามาทำความรู้จักกับสินเชื่อที่เหมาะสำหรับการรีโนเวทบ้านกันครับ

ทำความรู้จักกับสินเชื่อเพื่อการรีโนเวทบ้าน

สินเชื่อที่เหมาะกับการรีโนเวทบ้านนั้น ธนาคารปล่อยกู้อยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน

สินเชื่อบ้านแลกเงิน 

สินเชื่อบ้านแลกเงินเป็นการนำบ้านหรือที่อยู่อาศัยมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคาร คล้ายกับการที่เรากู้ซื้อบ้านโดยเรานำบ้านกลับไปเป็นของธนาคารอีกครั้งเพื่อให้ได้เงินสด แล้วจากนั้นก็ผ่อนบ้านกลับมาซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ต่างจากการจ่ายสินเชื่อซื้อบ้านแต่ดอกเบี้ยจะถูกกว่า จึงเรียกว่าบ้านแลกเงิน

สินเชื่อเพื่อสร้างบ้าน

สินเชื่อเพื่อสร้างบ้านนี้จะเป็นสินเชื่อที่ออกแบบให้คนที่อยากสร้างบ้านเองหรือต้องการรีโนเวทบ้านสามารถขอได้ คล้ายกับการยื่นเพื่อขอสินเชื่อบ้านเพียงแต่หลักฐานในการยื่นจะต่างกันออกไปโดยต้องมีการยื่นแบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตเสียก่อน หรือก็คือต้องมีการวางแผนและปรึกษากับผู้รับเหมาเรียบร้อยให้ธนาคารสามารถเห็นผลสำเร็จและแผนการทั้งหมดจึงจะพิจารณษอนุมัติ

เงื่อนไขหลักของสินเชื่อเพื่อรีโนเวท

ในการยื่นขอสินเชื่อสำหรับการรีโนเวทบ้านนั้นจะมีเงื่อนไขในการยื่นที่ธนาคารจะพิจารณาดังนี้

  • มีสัญชาติไทย อายุเกิน 20 ปีแต่ไม่เกิน 65-70 ปี
  • บ้านหรือที่ดินต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ยื่นขอสินเชื่อเท่านั้น
  • ไม่เคยเป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงิน
  • มีอายุการทำงานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • มีรายได้เกิน 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป

หลักฐานที่ต้องเตรียม

Young man calculating monthly household expenditures alone at home.สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อการขอสินเชื่อสำหรับรีโนเวทหรือต่อเติมบ้านนั้นจะมีการเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนไม่ต่างจากกรณีการยื่นขอสินเชื่อรูปแบบอื่นๆ มากนัก แต่จะมีเอกสารที่ต่างออกไปดังนี้

สำเนาเอกสารกรรมสิทธิ์

สำหรับสำเนาเอกสารกรรมสิทธิ์นั้นเป็นการแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของของที่ดิน โฉนด เพื่อเป็นหลักฐานให้ธนาคารได้ทราบว่าผู้ยื่นขอสินเชื่อเป็นเจ้าของของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องการต่อเติมรีโนเวทนั้นตามกฎหมายอย่างแท้จริง

ใบอนุญาตก่อสร้าง

ในกรณีที่เจ้าของต้องการให้มีการก่อสร้างบ้านใหม่ หรือต่อเติมบ้านเพิ่มเติมจะต้องมีการขออนุญาติก่อสร้างอาคารก่อน ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบว่าแบบที่ต้องการสร้างนั้นถูกต้องตามมาตรฐานกำหนดเช่น โครงสร้างความแข็งแรงของอาคาร ระยะร่นของถนน การเว้นระยะห่างและไม่มีการละเมิดสิทธิของผู้อื่นซึ่งหากมีใบอนุญาตก่อสร้างแล้วธนาคารก็สามารถเชื่อถือได้ว่าการก่อสร้างที่เกิดขึ้นนั้นจะไม่ถูกระงับการก่อสร้างระหว่างทาง

แบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตและรายการวัสดุ

ถึงแม้ว่าจะมีใบอนุญาตแต่ธนาคารก็ต้องการดูแบบการก่อสร้างและใบเอกสารแสดงรายการวัสดุซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการหาผู้รับเหมาเพื่อดูการใช้งบประมาณเบื้องต้นและประเมินวงเงินที่เราต้องการ

สำเนาสัญญาว่าจ้าง

สำหรับเรื่องรายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างหรือต่อเติมในเบื้องต้นที่เราได้มีการวางแผนไว้ธนาคารต้องการตรวจสอบรายจ่ายที่เรามีการวางแผนว่ามีความสมเหตุสมผลกับวงเงินที่ต้องการยื่นกู้หรือไม่

สัญญาซื้อ-ขายที่ดิน(กรณีกู้ซื้อที่ดิน)

สำหรับคนที่มีกู้ซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างหรือต่อเติมสิ่งปลูกสร้าง จะต้องนำสัญญาซื้อ-ขายที่ดินมาแสดงด้วยเพื่อยืนยันว่าผู้ยื่นกู้เป้นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนั้น

นอกจากนี้ยังต้องมีเอกสารยืนยันรายได้ซึ่งคล้ายกับการยื่นกู้ของสินเชื่อบ้านทั่วไปคือสลิปเงินเดือน เอกสารการบัญชี เอกสารการเสียภาษี หรือกรณีเป็นเจ้าของกิจการสามารถถ่ายภาพถ่ายของกิจการ สำเนาทะเบียนการค้ามายื่นได้ โดยส่วนนี้ธนาคารต้องการมั่นใจว่าผู้ขอสินเชื่อมีความสามารถในการจ่ายหนี้ เราเพียงแค่ทำให้ธนาคารมั่นใจก็สามารถขอสินเชื่อได้แล้ว

การยื่นขอสินเชื่อเพื่อรีโนเวทบ้านนั้นสามารถขอวงเงินสูงสุดได้ถึง 100% แต่ถึงอย่างนั้นการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านก็มีโอกาศที่งานจะไม่จบโดยง่าย งบอาจบานปลายได้ถึงแม้จะมีการวางแผนเอาไว้แล้วดังนั้นจึงควรมีเงินสดหรือการเผื่อวงเงินสำรองเอาไว้เพื่อป้องกันในส่วนนั้นด้วย