ไลฟ์สไตล์

ไลฟ์สไตล์

สร้างบ้านตาม ไลฟ์สไตล์ สร้างเองอย่างคุ้มค่า เหมาะสำหรับคนที่จะสร้างบ้าน ("สร้างบ้านตาม ไลฟ์สไตล์ ") เรามีแบบบ้านที่น่าสนใจมากมายพร้อมแบบ ต่างๆคุณจะได้เลือกแบบได้เอง เลือกวัสดุที่เหมาะสม ตอบสนองรสนิยมของคุณ เรามีแบบบ้าน 2 ชั้น. บ้านสวยๆ ให้ท่านได้นำแบบไปสร้างด้วยตัวเองเพื่อบ้านที่ไม่ซ้ำแบบใคร ดีไซน์ตามไอเดียให้ทันสมัยเหมาะกับ ไลฟ์สไตล์ ของท่าน นำแบบเป็นไอเดียมาปรับใหม่ ฉีกความจำเจกับเดิมๆที่มีอยู่ทั่วไป หรือแบบบ้านที่ซ้ำกับบ้านคนอื่น คุณจะได้บ้านที่คุณเป็นผู้กำหนดงบประมาณได้เอง แต่งบนี้เฉพาะการก่อสร้างบ้านนะครับ อย่าลืมว่าถ้ารวมหมดต้องมีที่ดิน รั้ว ประตู ฯลฯ ผู้รับเหมาจะต้องดูให้ดีเลย อาจมีการหนีงาน เชิดเงินได้ง่ายต้องเอาคนที่ไว้ใจได้ แต่ถ้าบริษัทก้อจะสบายใจได้ในระดับหนึง แต่ราคาก้อจะแพง เอาไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบนะครับ ลองถามและศึกษาข้อมูลเยอะๆ เป็นไอเดีย


อุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อเราอย่างไรบ้าง?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้เผชิญกับวัฏจักรภัยธรรมชาติที่มาทุกปีและรุนแรงมากขึ้นทุกปี อย่างเช่น ฤดูฝนเผชิญกับน้ำท่วม ฤดูร้อนเผชิญกับภัยแล้ง ฤดูหนาวเผชิญกับฝุ่นและไฟป่า หากใครสังเกตได้เหมือนกันย่อมต้องรู้ว่าโลกกำลังบอกเราว่าพวกเราเข้าใกล้วิกฤตสภาพอากาศมากขึ้นทุกทีแล้ว นี่เป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ไม่อาจแบ่งแยกพื้นที่หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของโลกได้อีกต่อไป ดังนั้นเราจึงได้เห็นหลายประเทศทั่วโลกจับมือกันให้คำมั่นถึงเรื่องการดูแลสภาพอากาศเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ในการประชุม COP26 หรือการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 จัดขึ้นที่เมือง Glasgow สหราชอาณาจักร ในวันที่ 3-12 พฤศจิกายนนี้ การประชุม COP26 มีจุดประสงค์หลักคือการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของโลก เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักภาวะโลกร้อนที่เราเคยเรียนรู้กันมาแต่เด้กก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการใช้คำว่า Climate Change กันแทนเป็นเพราะว่า การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นนั้นสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าความรู้สึกร้อน แต่เป็นสภาพอากาศที่แปรปรวน พายุที่รุนแรง...

เมื่อการออกแบบคือการแก้ปัญหา ชวนมาดูการออกแบบบ้านในพื้นที่รองรับไฟ

ช่วงเมื่อปีก่อนนี้หลายคนคงยังจำได้ว่าเรามักจะได้ยินข่าวเรื่องของไฟป่าไม่ว่าจะเป็นที่ปอดโลกอย่างแอมะซอน ออสเตรเลีย หรือแม้แต่ประเทศไทยเองก้ได้เผชิญกับไฟป่าครั้งรุนแรงเช่นกัน ยิ่งกับออสเตรเลียที่คาดว่าไฟป่าจะเกิดขึ้นเพราะคลื่นความร้อนที่พัดเข้ามาทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียเองด้วยแล้วยิ่งทำให้เราได้รู้ว่าสภาพอากาศที่แปรปรวนนี้รุนแรงและร้ายแรงแค่ไหน หลายพื้นที่ที่เผชิญไฟป่าต้องมีการอพยพเพื่อป้องกันความสูญเสีย แน่นอนว่าหลายคนสูญเสียบ้านที่พักอาศัย นี่จึงกลายเป็นโจทย์อย่างหนึ่งของที่อยู่อาศัยในอนาคตที่นอกจากจะต้องรองรับน้ำแล้ว อาจจะต้องสามารถลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟไปด้วย สาเหตุที่บ้านได้รับความเสียหายจากไฟป่า หลายคนอาจจะคิดว่าบ้านที่เสียหายจากไฟป่าย่อมเป็นเพราะไฟลามมาถึงตัวบ้านแต่ในความจริงแล้วยังมีอีกสาเหตุหนึ่งด้วยนั่นคือการที่เปลวหรือสะเก็ดไฟปลิวเข้าไปในบ้านและติดกับวัตถุติดไฟจนลามเกิดเป็นการลุกไหม้จากด้านใน ซึ่งหากไฟไม่มีทางออกก็สามารถทำลายโครงสร้างของบ้านทั้งหมดไปด้วยได้ ดังนั้นบ้านที่ทำแนวกันไฟและไฟป่าลุกลามไปไม่ถึงก็ยังสามารถได้รับความเสียหายได้อยู่นั่นเอง แต่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีการป้องกันความเสียหายของบ้านจากไฟป่า เรามาดูหลักการเบื้องต้นที่ช่วยให้เรายังเหลืออะไรเอาไว้บ้างแม้จะเผชิญกับไฟป่าก็ตาม วิธีการป้องกันไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงควรสร้างบ้านอย่างไร จะไฟป่าครั้งใหญ่ที่แคลิฟอร์เนีย อเมริกา ที่ออสเตรเลียหรือที่ไทยเองก็ล้วนมีบ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ผู้คนมากมายต้องอพยพ และการย้ายถิ่นฐานออกจากพื้นที่เสี่ยงก็ทำได้ยากเกินไป ทำให้เกิดการคิดค้นวิธีการป้องกันไฟ แม้ว่าจะป้องกันไม่ได้ถึงระดับร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ยังทำให้เราเหลืออะไรไว้บ้าง เว้นพื้นที่ระหว่างต้นไม้หรือเชื้อเพลิงกับบ้าน ไฟป่าเป็นไฟที่ลามได้เร็วมากและมีอานุภาพรุนแรงอย่างมากเพราะมันสามารถทำลายได้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า ดังนั้นหนึ่งในสิ่งที่ใช้ในการหยุดไฟป่าจึงเป็นไฟด้วยกัน แต่กับบ้านนั้นไม่ได้ เพราะวิธีนี้ต้องมีเทคนิคไม่อย่างนั้นก็เท่ากับเป็นการเติมเชื้อไฟลงไปเท่านั้นเอง หากคุณต้องการป้องกันบ้านจากไฟป่าก็ต้องเว้นช่องว่างจากต้นไม้โดยรอบ สร้างระยะไม่ได้เปลวเพลิงลามเลียมาถึงตัวบ้านได้ ใช้วัสดุทนไฟ เพราะไฟป่าเป็นอะไรที่ควบคุมได้อย่างไม่ต่างจากสภาพอากาศเลยทีเดียว ยิ่งมันมีเกิดขึ้นบ่อย เราก็ยิ่งต้องหาวิธีป้องกันความเสียหาย จึงมีการคิดค้นวัตถุทนไฟขึ้นมาเพื่อใช้ควบคุมความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแทน โดยหากต้องการปกปอ้งโครงสร้างหรือตัวบ้านจากไฟป่าควรใช้วัสดุที่ทนไฟได้อย่างน้อย...

เมื่อมนุษย์ต้องปรับตัวให้เข้ากับโลก ชวนดูสถาปัตยกรรมที่ออกแบบเพื่อรองรับ Climate change

Climate change ไม่นับเป็นเรื่องใหม่สักเท่าใดนักแต่ที่ใหม่และทำให้มนุษย์ต้องหันมาเตรียมรับมืออย่างจริงจังคือสภาพอากาศที่แปรปรวน รุนแรงและรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทันส่งผลให้เกิดความเสียหายมากมายขึ้นได้  เมื่อการออกแบบคือการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเราจึงต้องมีการออกแบบเพื่อทำให้ทรัพยากรที่เรามีอยู่สามารถมีเพิ่มขึ้นมากพอจะซ่อมแซมเติมเต็มส่วนที่เราใช้ไปและยังต้องปกป้องให้เรารับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นโดยลดความเสียหายให้น้อยที่สุดด้วย ในบทความนี้เราจึงพามาดูการออกแบบเพื่อการรับมือกับ Climate change อย่างยั่งยืนว่าจะต้องเป็นอย่างไร Amager Bakke, Copenhagen Denmark ในยุคอุตสาหกรรม เรามีการคิดค้นการสร้างพลังงานมาขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า เสียแต่ว่าพลังงานเหล่านั้นแม้จะช่วยเราได้มากแต่ก้ทำร้ายโลกอย่างมากด้วยเช่นกัน ดังนั้นโจทย์ที่คนทั้งโลกต้องร่วมมือกันคือการหาวิธีใช้พลังงานสะอาดที่ไม่สร้างภาระให้กับโลก และไม่เพิ่มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก ขณะเดียวกันก็ต้องมีความคุ้มค่าในการใช้งานด้วย หนึ่งในวิธีการลดอุณหภูมิเฉลี่ยโลกที่เราสามารถทำได้คือการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของ Amager bakke โรงงานพลังงานจากขยะแห่งนี้นั่นเอง แต่ความพิเศษของเขาไม่ได้มีเพียงการเป็นโรงงานพลังงานขยะแต่ยังเป้นสถานที่พักผ่อนสาธารณะที่ให้คนสามารถมาเล่นสกี ปีนเขาหรือนั่งเล่นกันได้ด้วย ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่นับว่าทำให้ Amager bakkeโดดเด่นคือการมีปล่องควันไอน้ำที่จะปล่อยควันรูปวงแหวนออกมาเมื่อโลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ครบ 1 ตันเป็นการเตือนด้วย Yanweizhou...

ต้นแบบเกาะลอยน้ำแห่งแรก เพื่อโลกและเพื่อเรา ณ ปูซาน เกาหลีใต้

วิกฤตสภาพอากาศกลายเป็นวาระเร่งด่วนที่เราต้องร่วมกันแก้ไขเพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นนับว่าร้ายแรงเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้อย่างมาก ยิ่งจำนวนประชากรลดลงน้อยลงไม่สัมพันธ์กับทรัพยากรของโลกที่มีอยู่ ทั่วโลกจึงร่วมกันหาทางออกอย่างเร่งด่วน หนึ่งในปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าคือการหายไปของชายฝั่งทะเล เพราะอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายส่งผลให้น้ำทะเลหนุนสูงขึ้นกินพื้นที่ชายฝั่งทะเล ผู้คนมากมายจะไร้ที่อยู่อาศัย เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน นั่นก็คือเมืองลอยน้ำ หรือ Oceanix City เมืองลอยน้ำ หรือ Oceanix City เกิดจากแนวคิดของ bjarke ingels group หรือ BIG ร่วมมือกับ UN-Habitat นักพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน, บริษัทเอกชน Oceanix,...

ติดแผงโซลาร์เซลล์ให้บ้านได้หรือไม่ มีประโยชน์กับเราอย่างไรบ้าง

ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับวิกฤตสภาพอากาศที่ทวีความร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยจากจนมีการรณรงค์ให้หันมาใช้พลังงานสะอาดแทนการใช้พลังงานที่จะสร้างภาระให้กับโลกในท้ายที่สุด แต่ว่าการใช้พลังงานสะอาดที่ว่านั้นจะมีเงื่อนไขที่ต้องเป็นพลังงานสะอาดตลอดวัฏจักรของพลังงานตั้งแต่แหล่งกำเนิด ซึ่งหากหันมาดูอากาศบ้านเราแล้ว หลายคนย่อมนึกถึงพลังงานจากแสงอาทิตย์และที่เราสามารถทำได้เองก็คือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับบ้านนั่นเอง วันนี้ดอทจะมาพูดถึงข้อดีของการติดแผงโซลาร์เซลล์ที่มีต้นทุนค่อนข้างสูงทั้งยังต้องดูแลรักษาตลอดการใช้งานว่ามีข้อดีอย่างไรบ้างที่เราจะได้จากการติดมัน ลดการจ่ายค่าไฟลงได้ หากเราติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แล้วจะมีพลังงานใช้ในบ้านอย่างน้อยก็ตอนกลางวันทำให้ไม่ต้องรับไฟจากการไฟฟ้า มิเตอร์ไฟของการไฟฟ้าจึงไม่วิ่งและมีการเรียกเก็บเงินน้อยลง ยิ่งหากมีการติดตั้งแบบไฮบริดซึ่งเป็นการเก็บพลังงานเอาไว้ในแบตเตอร์รี่สำรองทำให้สามารถใช้ได้ในเวลากลางคืนด้วยก้จะช่วยลดค่าไฟลงได้มากขึ้นอีก จึงเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่มีต้องจ่ายค่าไฟมากๆ ขั้นต่ำเลยจะอยู่ที่ราว 3,000 บาทจึงจะคุ้มเพราะการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ระบบไฮบริดนี้มีค่าใช้จ่ายสูงมากทีเดียว ขายไฟให้กับรัฐได้ หลายคนอาจจะมีคำถามว่าหากไฟฟ้าเหลือเราจะทำอย่างไร ซึ่งก็นับเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพราะไฟฟ้าเหล่านั้นเราสามารถขายคืนให้กับรัฐได้โดยไฟจะวิ่งกลับคืนไปที่มิเตอร์นั่นเอง ทำให้เราสามารถขายไฟฟ้าให้กับรัฐได้ทันทีเลย มาตรการการขายไฟฟ้าให้กับรัฐนี้ทำให้การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สามารถคืนทุนได้เร้วขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าต้นทุนของการติดตั้งนั้นค่อนข้างสูงแม้จะลดน้อยลงมาบ้างแล้วก็ตาม คืนทุนภายในสิบปี จากสองข้อด้านบนที่มีทั้งลดค่าไฟและได้ค่าขายไฟด้วยแล้วทำให้การคืนทุนการติดตั้งมีระยะเวลาที่เร็วขึ้น ยิ่งหากเป้นอาคารขนาดใหญ่หรือบ้านหลังใหญ่ที่มีการใช้ไฟในช่วงกลางวันเป็นหลักด้วยแล้วยิ่งทำให้คืนทุนได้เร็วกว่าบ้านหลังเล็กซึ่งอาจใช้เวลานานถึงสามสิบปี นั่นเป็นเรื่องของต้นทุนทางการเงิน แต่หากกล่าวถึงต้นทุนทางทรัพยากรแล้วนับว่าคุ้มค่ามากทีเดียวเพราะวิธีนี้ไม่มีจุดใดที่สร้างภาระหนักให้กับโลกเลย ดังนั้นบ้านใดที่เปิดเครื่องปรับอากาศหรือใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเป็นประจำควรลองพิจารณาดู ใช้ไฟจากพลังงานสะอาดได้อย่างเต็มที่ ประเทศไทยมีการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติมากที่สุดนับเป็น 60% ของทั้งหมดแต่ว่าปัจจุบันก๊าซธรรมชาติมีน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้เราต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาผลิต และอีก 15% ของไฟฟ้าทั้งหมดเราได้จากถ่านหินซึ่งสร้างภาระให้กับโลกอย่างมากใชทำให้ในการประชุม COP26 มีการลงนามลดการใช้ถ่านหินลง...

ฤดูหนาวมาถึงแล้ว ควรเตรียมพร้อมอย่างไรดี

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวมาตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมาแล้ว แต่ว่าเราอาจจะยังไม่รู้สึกหนาวสักเท่าไหร่นักเพราะตอนนี้เรียกว่าเพิ่งจะเข้าสู่ช่วงเวลาเปลี่ยนฤดูเท่านั้นเราจึงเห็นว่าหลายที่จะยังมีฝนและอากาศแปรปรวนอย่างที่คาดการณ์ไม่ได้กันอยู่บ้าง เรามาดูกันดีกว่าว่าช่วงที่หนาวที่สุดที่เราจะคาดหวังได้นั้นอยู่ที่ช่วงไหนและความหนาวอย่างนี้เราควรจะเตรียมพร้อมอย่างไรดี ความหนาวของประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีฤดูร้อนยาว ฤดูหนาวสั้น ดังนั้นช่วงที่หนาวสุดของปีจึงอาจมีเพียงหนึ่งถึงสองเดือนเท่านั้น ซึ่งหากนับช่วงที่หนาวที่สุดของปีแล้วจะอยู่ที่ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม โดยความต่ำของอุณหภูมิจะขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่  อุณหภูมิปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง ฤดูกาลในประเทศไทยมีฤดูร้อน ฤดูฝนและฤดูหนาวเรียงต่อกันทุกปี ฤดูร้อนที่ผ่านมาทั่วโลกยังคงเผชิญกับไฟป่าหลายพื้นที่ ส่วนในฤดูฝนจีนและยุโรปก็เผชิญกับภัยน้ำท่วมครั้งรุนแรง และในขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูหนาวประเทศไทยเราก็มีบางพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำทะเลหนุนสูง เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ กรมอุตุนิยมวิทยาจึงมีการคาดการณ์ไว้ดังนี้ เดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศกำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงเพื่อให้เราเตรียมเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างแท้จริงเราจึงจะได้เจอกับอากาศเย็นในบางวัน ซึ่งอาจจะยังร้อนอยู่ในบางช่วงของวัน และในบางพท้นที่อาจจะได้พบกับอากาศหนาวกันบ้างแล้วและอาจมีหมอกตอนเช้าในบางแห่ง แต่ช่วงนี้เชื่อว่าทุกคนคงสังเกตได้ว่าอากาศเริ่มเย็นกว่าปกติแล้ว กลางเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนมกราคม นี่คือช่วงที่เราจะได้พบกับฤดูหนาวอย่างแท้จริงกันสักที เป็นช่วงพีคของฤดูหนาวเลยก็ว่าได้ ใครที่อยากรับความหนาวอย่างเต็มที่ก็แนะนำให้ออกทริปขึ้นเหนือขึ้นเขากันช่วงนี้เลย ซึ่งมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอุณหภูมิต่ำสุดที่เราอาจจะได้เจอในปีนี้คือ 6-7 องศาเซลเซียสกันเลยทีเดียว ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เข้าสู่ช่วงปลายฤดูหนาวที่อากาศจะเริ่มเปลี่ยนจากฤดูหนาวกลับสู่ฤดูร้อน...

ส่อง 5 สไตล์บ้านผ่านรูมทัวร์ [Part 01]

สำหรับช่วงเวลาที่เราต้องอยู่บ้านการดีไซน์พื้นที่อยู่อาศัยให้สามารถตอบโจทย์กับตัวเราได้นับเป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจเลยทีเดียวแต่เรื่องนี้นั้นเมื่ออยู่นานไปเข้ามันจะเริ่มเข้าที่ได้เองอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแต่ช่วงเวลาที่เข้าที่แล้วอาจทำให้คุณพบว่า บ้านดูไม่สวยงามหรือมีสไตล์อย่างที่คาดหวังสักเท่าไรนัก ดังนั้นวันนี้ดอทจึงพาคุณมาดูแรงบันดาลใจเก็บไว้เป็นไอเดียแต่งบ้านกัน แต่งห้องสไตล์ Minimal การแต่งห้องสไตล์มินิมอลนั้นจะเน้นไปที่ความเรียบง่าย เอกลักษณ์ของการแต่งสไตล์นี้คือความโล่งและการมีสิ่งของเฟอร์นิเจอร์เฉพาะเท่าที่จำเป็นในชีวิต ดังนั้นการเลือกเฟอร์นิเจอร์จึงเป็นแบบเรียบง่าย การจัดเก็บเป็นแบบที่เก็บทุกอย่างเอาไว้ภายในตู้ ลิ้นชักเพื่อซ่อนให้พ้นจากสายตา ตัวอย่างจากในคลิปจะเห็นได้ว่าเป็นห้องขนาดเล็กที่พร้อมเข้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นของใช้หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างก็มีเพียงของที่จำเป้นต้องใช้งานเท่านั้น สิ่งของส่วนใหญ่เป็นมักมีความเรียบง่าย ไม่มีลวดลายเท่าใดนัก  โทนสีที่ใช้ในสไตล์นี้มักเป็นสีเอิร์ธโทน หรือสีขาว เทา ครีม เพราะจะให้ความรู้สึกอบอุ่นหรืออาจใช้เป็นสีจากธรรมชาติโดยตรงเช่นไม้ เพราะจะมีลวดลายของพื้นผิวที่มีเอกลักษณ์สวยงาม แต่งห้องสไตล์ Modern การแต่งห้องสไตล์โมเดิร์นจะเน้นความเรียบง่ายคล้ายกับมินิมอลแต่ว่าความเรียบง่ายของสไตล์โมเดิร์นจะมีความหรูหราอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชนิดของวัสดุเช่นหินอ่อน สแตนเลส วัสดุที่มีความมันเงา แวววาว หรือรูปทรงที่เน้นความเรียบหรู ตัวอย่างจากในคลิปจะเป็นการตกแต่งห้องสไตล์โมเดิร์นที่ผสมสไตล์มินิมอลอย่างญี่ปุ่นเข้าไปด้วยจึงเห็นได้ว่ามีทั้งความเรียบง่ายอย่างมินิมอลแต่ดูแล้วกลับให้ความรู้สึกมีระดับหรูหราไปพร้อมกันด้วย โทนสีที่ใช้ส่วนใหญ่มักเป็นสีขาว เทา...

เพิ่มกลิ่นหอมอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย 6 ต้นไม้กลิ่นดีที่สามารถปลูกในร่มได้

การแต่งห้องให้ดูสวยงามนับเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนรักบ้านเพียงแต่ความสวยงามอาจจะยังไม่พอ เพราะนอกจากตาที่มองเห็นถึงความสวยงามแล้วหากจมูกได้รับกลิ่นที่สดชื่นเข้ามาด้วยแล้วยิ่งจะทำให้ผ่อนคลายกันมากขึ้นไปอีกซึ่งหลายคนเลือกที่จะเติมกลิ่นด้วยผลิตภัณฑ์เพิ่มกลิ่นหอมที่บางครั้งกลิ่นที่ได้ก็แรงเกินไป  วันนี้ดอทจึงรวบรวมเอาทางเลือกธรรมชาติ ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องของการต้องซื้อใหม่เพราะเป็นกลิ่นที่ได้จากธรรมชาติ 100% หรือก็คือต้นไม้ให้กลิ่นหอมซึ่งคัดมาแล้วว่าเหมาะกับการปลูกในที่ร่มและไม่ให้กลิ่นแรงเกินไปด้วย สะระแหน่ ความหอมสดชื่นของสะระแหน่นั้นเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดสดชื่นมากแค่ไหน ยิ่ง แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ความน่ารักเลี้ยงง่ายของน้องเพราะว่าหากเราได้ก้านสระระแหน่มา นำมาแช่น้ำไว้น้องก็สามารถงอกรากออกมาได้เช่นกัน พอมีรากติดแล้วก็นำน้องลงดินได้เลยครับ สะระแหน่จะชอบแดดแบบรำไร ให้น้ำวันละครั้ง วางไว้ในที่อากาศถ่ายเทก็ใช้ได้แล้ว ต้นเลม่อนไทม์ เลม่อนไทม์เป็นพืชสมุนไพรจากทางตะวันตก ทำให้แม้น้องจะชอบแดดก็สู้แดดบ้านเราไม่ไหวเหมาะกับการปลูกในที่มีแดดรำไรไม่แรงมากจะดีกว่า ให้กลิ่นหอมสดชื่น นิยมใส่ในอาหารเพิ่มกลิ่นให้น่ารับประทานดังนั้นหากใครต้องการความสดชื่นก็ลองปลูกไว้ในห้องจะได้กลิ่นอ่อนๆ ลอยมาด้วยเช่นกัน สนหอมไล่ยุง ต้นไม้มีกลิ่นหลายต้นขึ้นชื่อเรื่องการไล่ยุงไล่แมลง แต่หากเลือกให้เหมาะกับการปลูกเป็นไม้ประดับก็ต้องเป็นสนหอมนี่ละเพราะต้นเขาเล็ก สีใบก็สวย บริเวณยอดจะเป็นสีชมพู ให้กลิ่นสดชื่นคล้ายกับตะไคร้อ่อนๆ หากนำใบมาขยี้มือกลิ่นจะแรงขึ้น ที่สำคัญคือไล่ยุงได้ไกลมากและเลี้ยงไม่ยาก สามารถเลี้ยงในห้องให้โดนแดดรำไร รดน้ำวันละครั้งเท่านั้น ลาเวนเดอร์ หลายคนคงคุ้นเคยกันดีกลับน้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ...

ส่องเคล็ดลับการเก็บของให้ห้องสวยอย่างเห็นภาพในคลิปรูมทัวร์

หลายคนอาจจะเคยปวดหัวกับการจัดเก็บของให้ห้องดูสวยงามเป็นระเบียบตามการแต่งห้องที่เคยคิดเอาไว้ แต่การเก็บของให้ใช้งานได้ง่ายนั้นแท้จริงแล้วเราต้องเริ่มจากการรู้จักตนเอง รู้ว่าเราเป็นคนที่ชอบการใช้งานแบบไหน การจัดเก็บแบบไหน เพราะการเก็บของให้เป็นระเบียบไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถทำได้ครั้งเดียวจบอย่างแน่นอน  วันนี้ดอทจึงนำเสนอการเก็บของซึ่งแบ่งง่ายๆ เป็น 2 ประเภทเพื่อให้คุณได้ตามหาวิธีเก็บของที่ใช่ซึ่งอาจจะทำให้เจอกับสไตล์การตกแต่งห้องที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณก็เป็นได้ การจัดเก็บแบบไม่โชว์ของ สำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัดหลายคนอาจจะชอบการเก็บของเข้าตู้ให้พ้นจากสายตาไปทั้งหมดเพราะว่าผลลัพธ์ของการจัดเก็บแบบนี้คือห้องที่ดูโล่งและเป็นระเบียบ บางทีอาจจะดูกว้างขึ้นด้วย แต่ว่าการจัดเก็บแบบนี้ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต้องพิจารณากันสักหน่อยด้วย ข้อดี ข้อดีของการเก็บของแบบไม่โชว์สิ่งของคือห้องของคุณจะดูเป็นระเบียบเรียบร้อยเมื่อจัดเก็บเสร็จแล้ว พื้นที่ในห้องที่ดูกว้างโล่งสะอาดตานี้ย่อมทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น การตกแต่งห้องจะทำได้ง่ายเพราะเราสามารถทำให้ของตกแต่งโดดเด่นและสวยงามได้ง่าย ข้อเสีย ข้อเสียของการเก็บของไปซ่อนจากสายตาทั้งหมดคือคุณจำเป็นต้องมีความเป็นระเบียบในการใช้ของและเก็บเข้าที่อยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นของอาจจะหายได้ง่ายเพราะหากจัดเก็บไม่ถูกที่การตามหามันก็จะทำได้ยาก คุณต้องเปิดดูทุกอย่างที่ซ่อนไว้เลยก็เป็นได้ คำแนะนำ ในการจัดเก็บสิ่งของเข้าตู้หรือลิ้นชักควรแยกประเภทเอาไว้ให้ชัดเจนเพื่อให้สามารถตามหามาใช้งานได้ง่าย และทุกครั้งหลังใช้งานควรเก็บเข้าที่ทันทีเพื่อให้สภาพห้องคงความเป็นระเบียบอย่างที่ต้องการเอาไว้ได้นาน การจัดเก็บแบบนี้บางทีก็เป็นคล้ายการฝึกวินัยอย่างหนึ่งได้เลยนะ การจัดเก็บแบบโชว์ของ นอกจากการจัดเก็บแบบที่ซ่อนสิ่งของไปจากสายตาแล้วก้มีการจัดเก็บแบบที่วางสิ่งของอย่างเป็นระเบียบเข้าที่อยู่ในสายตามองเห็นได้ทันทีด้วยเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ชอบการจัดวางเพื่อการใช้งานคือสามารถใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และมองเห็นได้ทันทีไม่ต้องตามหา ข้อดี ข้อดีของการจัดเก็บแบบนี้คือเราสามารถมองเห็นและหยิบใช้งานสิ่งของได้ทันทีที่ต้องการ ใช้เสร็จก็เก็บได้ทันทีเช่นกันเพราะของไม่ได้จัดเก็บยากนัก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกของใช้ให้เป็นของตกแต่งห้องไปด้วยในตัวก็ได้เช่นกัน  ข้อเสีย สำหรับบางคนแล้วการวางสิ่งของให้เห็นอย่างชัดเจนอาจจะดูรกตาไปบ้าง ยิ่งหากจัดเก็บไปเป็นระเบียบแล้ว ยิ่งทำให้ห้องดูรกมากขึ้นเยอะเลยหลายคนจึงไม่ชอบการจัดเก็บที่โชว์ของหลากสีสันแบบนี้มากนักโดยเฉพาะกับห้องขนาดเล็กที่มีพื้นที่จำกัด คำแนะนำ แม้จะเป็นการจัดวางของแบบโชว์ของแต่ก็ต้องการการจัดระเบียบด้วยเช่นกัน โดยเราสามารถแบ่งประเภทการใช้งานและเรียงตามลำดับความสำคัญ...

แชร์ Mood board สำหรับคนอยากแต่งห้องสไตล์เรโทร แต่งอย่างไรไม่ให้หลุดธีม

หลายคนอาจมองว่าการแต่งห้องเป็นเรื่องง่ายแต่ความจริงแล้วแต่งให้ออกมาสวยอย่างที่เราต้องการอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ยิ่งเป็นแต่งห้องในสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนยิ่งยากที่จะทำให้ออกมาสวยอย่างที่เราคิดเอาไว้  วันนี้ดอทจึงนำตัวอย่างไกด์ไลน์ของ Mood board สำหรับการแต่งห้องสไตล์เรโทร ซึ่งเป็นสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน สีสันฉูดฉาดสนุกสนาน เล่นทั้งรูปทรงและสีสันแบบนี้หากแต่งไม่ชัดพอจะทำให้ดูรกตาและเละเทะได้ง่ายมาก ใครที่ต้องการจะแต่งแนวนี้ควรมีภาพที่ชัดที่สุดอย่าง Mood board ออกมาก่อนเพื่อให้เราได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ ตัวอย่างภาพรวม มาทำความรู้จักกับสไตล์เรโทรกันก่อนเพราะสไตล์เรโทรเป็นสไตล์ที่ย้อนยุคที่กลับไปช่วงปี 1950-1980 กลิ่นอายที่ได้จึงเป็นความเก่าแบบคลาสสิกที่มีสีสันและรูปทรงชัดเจน หากนึกถึงอารมณ์ความรู้สึกของคำว่า ‘เรโทร’ แล้ว เรามักจะได้เป็นความสนุกสนานอย่างดิสโก้ เพลงแด๊นซ์ เป็นต้น การแต่งห้องสไตล์เรโทรอาจจะให้ความรู้สึกสนุกสนานแต่ก้ต้องเป็นความสนุกสนานอย่างคลาสสิก ซึ่งสามารถเสริมเอาสไตล์อื่นเข้ามาช่วยลดความสนุกลง เติมความสงบเข้าไปมากขึ้นโดยไม่ลดความคลาสสิกหรืออารมณ์ของความเรโทรออกไป โทนสีและโทนแสง เรื่องของโทนสีในการแต่งห้องสไตล์เรโทรนั้นมักเป็นสีที่ให้เนื้อสีเข้ม บางครั้งจะใช้เป็นสีแนวเอิร์ธโทนที่ออกเข้มเข้ามาช่วยเพื่อลดความสดลงบ้าง หรือบางครั้งก็ใช้สีที่อ่อนลงมาเป็นคู่สีเพื่อลดความสดลง...

Subscribe to receive the latest property news