รวมคำตอบคนอยากมีบ้าน พนักงานเอกชนธรรมดา เอาความมั่นใจมาจากไหนในการ กู้ซื้อบ้าน

ขั้นตอนซื้อบ้าน,กู้ซื้อบ้าน,กู้เงินซื้อบ้าน,ซื้อบ้าน,วิธีกู้ซื้อบ้าน_1
ขั้นตอนซื้อบ้าน,กู้ซื้อบ้าน,กู้เงินซื้อบ้าน,ซื้อบ้าน,วิธีกู้ซื้อบ้าน
ขั้นตอนซื้อบ้าน,กู้ซื้อบ้าน,กู้เงินซื้อบ้าน,ซื้อบ้าน,วิธีกู้ซื้อบ้าน_1
ขั้นตอนซื้อบ้าน,กู้ซื้อบ้าน,กู้เงินซื้อบ้าน,ซื้อบ้าน,วิธีกู้ซื้อบ้าน

สวัสดีค่ะหลายๆท่านเคยสงสัยไหมค่ะว่าพนักงานธรรมดาๆ จะ กู้ซื้อบ้าน ทีผ่อน 20-30ปี แล้วถ้าวันไหนต้องตกงานแล้วจะวางแผนไว้ยังไง วันนี้เราได้รวบรวมคำตอบจากบรรดาเหล่าสมาชิกใน pantip มาฝากกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปชมกันเลย

เรื่องมีอยู่ว่า คุณ มือกลองในตำนาน สมาชิกใน pantip ได้ตั้งคำถามการ กู้ซื้อบ้าน ว่า

พนักงานเอกชนธรรมดาเอาความมั่นใจมาจากไหนในการซื้อบ้านครับ ผมเองก็พนักงานธรรมดา แต่กู้ซื้อบ้านทีผ่อน 20-30ปี ไม่กล้าจริงๆครับฉุกเฉินตกงานมาจะเรื่องใหญ่ ถามคนที่ทำงานเลเวลพนักงานธรรมดา แต่ผ่อนบ้านอยู่ คุณวางแผนไว้ยังไงบ้างครับ เอาไว้เป็นข้อมูลเพราะอยากมีบ้านเป็นของตัวเองบ้างแล้ว

ขั้นตอนซื้อบ้าน,กู้ซื้อบ้าน,กู้เงินซื้อบ้าน,ซื้อบ้าน,วิธีกู้ซื้อบ้าน_2จากนั้นก็จะมีคุณ อรุโณทัย ก็มาให้ความเห็นว่า

เท่าที่เห็น คนทั่วไป ไม่คิดเยอะ อยู่กับปัจจุบัน กลัวว่าซื้อช้าที่จะแพงขึ้นมากกว่า แล้วคาดว่าอนาคตเงินเดือนจะเพิ่มสูงด้วย ส่วนตัว แนะนำว่า ให้ดูว่า ยอดผ่อน ต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของเงินได้ จะให้ดี คือ ไม่เกิน 1 ใน 6

ช่วงแรก ให้ออมเงินไว้ก้อนนึงด้วย ให้สำหรับพอที่จะผ่อนไปได้อย่างน้อย 1 ปี เผื่อตกงาน ถ้าประเมินแล้ว ยอดผ่อนได้ น้อยเกินกว่าจะซื้อบ้าน ก็อย่าเพิ่งซื้อ ถ้าอยากอยู่บ้านจริงๆ ก็เช่าเค้าอยู่ไปก่อน 5,000 – 6,000 มีเยอะแยะ

ต่อจากนั้นก็จะมีคุณ เจ้าเจ้ยเจื้อยแจ้ว  ก็มาให้ความเห็นว่า

ส่วนใหญ่ที่เห็นมา บางคนไม่ได้มั่นใจเลย แต่เหมือนความจำเป็นบังคับมากกว่า เลยต้องดิ้นรนไป บางกรณีจะแต่งงาน ก็ต้องหาบ้านใหม่ ยิ่งถ้ามีลูกนี่ หนักแค่ไหนก็พร้อมสู้เพื่อลูกเลย

บางกรณี เจ้าตัวไม่ได้อยาก แต่โดนพ่อแม่ญาติพี่น้องรบเร้า กระตุ้นให้ก่อหนี้  บางกรณีหนักกว่านั้น โดนขอให้กู้ร่วมเพื่อช่วยพี่น้อง ช่วยญาติบ้าง  คนที่กู้ซื้อบ้านเราว่าแทบทุกคนรู้ศักยภาพตัวเองดี แต่บางทีเจอไฟต์บังคับทั้งที่ไม่พร้อมก็เยอะนะ

คุณ Kpetcharat  ก็มาให้ความเห็นว่า

ต้องดูความมั่นคงของบริษัท  ตอนนั้นเพิ่งผ่านวิกฤติปี 40 มาปีเดียว บริษัทอยู่ได้  ก็ออกหาดูบ้านไปทั่ว ๆ ไม่กลัวบ้านขึ้นราคา ใช้เวลาดู 2 ปี มีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง  ตอนนั้น อยู่คอนโด ทำเลต้นสายรถเมล์ สดวกสบาย ก็ผ่อนไป เดือนละ 6 พัน นึกว่าเป็นของเราเอง ที่แท้ไม่ใช่ ก็เลยมองหาบ้าน

ตอนนั้นมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง  ก็เลยไม่กลัวว่าจะผ่อนไม่จบ  แถมได้โอกาส ที่มีบ้านทิ้งดาวน์ จำนวนมาก ก็เลยซื้อได้ถูกกว่าคนอื่นประมาณ 150 000 แถมได้ดอกเบี้ย อัตราพิเศษ 7%  3 ปี ช่วงนั้น ดอกเบี้ยบ้าน  10% ขึ้น ทั้งนั้น  อัตราค่าผ่อนเดือนละ  7800  เท่ากับเอาค่าเช่า มาจ่ายดอกเบี้ยค่าผ่อนบ้านพอดี

แต่แล้ว ราคาบ้านยังลงต่ออีกด้วย ผ่านไป 1 ปี โครงการขึ้นบ้านเดี่ยว 50 ตรว ราคา 1 500 000 เสียดายแทบแย่ เพราะที่เราซื้อ พื้นที่ 21 ตรว 1 090 000   ซื้อบ้านต้องวางแผนและใช้ความอดทนในการหาข้อมูล  มีอีกตัวอย่างมาเล่า ซื้อบ้านใหม่ราคา 2.6  ไม่ถึงปี มาขอยืมเงินเรา 2 แสนจะซ่อมบ้าน เพราะว่า หลังคารั่ว ส้วมตัน ห้องน้ำใช้ไม่ได้  เค้าบอกว่าใช้เวลาดูบ้านแค่ 2 เดือน ไม่มีเวลาก็เลยรีบซื้อ   โอกาสมีอยู่เสมอ ไม่ว่ายุคสมัยไหน ขอเพียงให้มีเงินสด กับมีความอดทน ในการหาข้อมูล

ขั้นตอนซื้อบ้าน,กู้ซื้อบ้าน,กู้เงินซื้อบ้าน,ซื้อบ้าน,วิธีกู้ซื้อบ้าน_3คุณ ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย  ก็มาให้ความเห็นว่า

เราไม่เคยเจอเพื่อนหรือคนรู้จักคนไหนเอาชีวิตฝากไว้กับบริษัทสักคน ส่วนใหญ่เค้ามั่นใจในตัวเองค่ะ ไม่ได้มั่นใจกับบุคคลอื่น มัวแต่มั่นใจกับบริษัทเอกชนที่ตัวเองอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ ไม่มีที่ไหนมั่นคงไปตลอด ชีวิตของเรา แต่เอาอนาคตไปฝากไว้ที่ใครก็ไม่รู้ อนาคตก็คืออนาคต แปลว่าไม่รู้ที่มาและที่ไป ถ้าอยู่กับปัจจุบันต้องมั่นใจในศักยภาพตัวเอง ว่าตกงานก็หางานได้โดยเร็ว มีเงินสำรองด้วยหากตกงาน คนขยันไม่เลือกงานอดทนยังไงก็รอดค่ะ

คุณ pisant  ก็มาให้ความเห็นว่า

ไม่เห็นต้องกลัวเลยครับ ผมก็ทำงานบริษัท เงินเดือน 50k แต่กู้ฃื้อคอนโด 7M ได้สบายๆ ในรอบ 8 ปี ผมกู้ฃื้อไปแล้ว 5 ที่ เริ่มจากตอนเงินเดือน 24k กู้ฃื้อคอนโดลุมพินี 1.8 M อยู่มา  2 ปีกว่า ขายได้กำไร 1M ไปฃื้อบ้าน Inizio 3.6M อยู่อีก 2 ปีกว่า ยังไม่ขายบ้าน แต่กู้ฃื้อคอนโด Thetree เพิ่มอีกหลัง 3M อยู่มาอีก 2 ปี ขายบ้าน Inizio แต่ได้กำไรน้อยหน่อย 3-4 แสนเอง มากู้ฃื้อคอนโด 333 อีก 7 M เมื่อปลายเดือนที่แล้วนี่เองครับ

ที่บอกว่าไม่กลัวเพราะทุกครั้งที่ขาย ไม่เคยใช้เวลาเกิน 2 เดือนและกำไรทุกครั้งให้เราเป็นทุนไปฃื้อที่ใหม่อีก ส่วนที่ทำได้ เพราะเวลาจะฃื้อที่ไหน จะทำการบ้านเปรียบเทียบราคา และทำเลดูให้ดี คิดว่าเวลาขายต่อจะทำกำไรและจะขายได้ง่ายรึเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เอาครับ

คุณ Tiekung  ก็มาให้ความเห็นว่า

จากประสบการณ์ ถ้าคิดจะซื้อบ้านอย่างน้อยการเงินของเราต้องแน่น ยอดผ่อนบ้านไม่ควรเกิน 1/4 ของรายได้ต่อเดือน รวมผ่อนรถไม่ควรเกิน 1/3 ของรายได้ต่อเดือน ก่อนจะซื้อควรมีเงินเก็บอย่างน้อย 30% ของราคาบ้าน เผื่อเอาไว้ดาวน์ 10% เผื่อไว้ตกแต่ง 10% และเผื่อตกงานฉุกเฉิน 10% ตอนผ่อนบ้าน นอกจากค่าผ่อนบ้านแล้ว ควรเก็บเงินด้วยอย่างน้อยควรเก็บ 10% ของรายได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรเก็บได้ 20% แบ่งเป็น 3 กอง

กองแรก สำหรับเหตุฉุกเฉิน
กองสอง สำหรับท่องเที่ยว
กองสาม สำหรับภาระประจำปีอื่น ๆ เช่น ค่าเทอม ค่าประกันรถ ประกันชีวิต ค่าซ่อมบำรุง ฯลฯ

ถ้าทำได้ประมาณนี้ก็มีแนวโน้มว่าจะผ่อนบ้านไปรอด แต่ถ้าคิดว่าจะกู้เต็ม หรือกู้เกินเพื่อเอาเวินส่วนต่างมาใช้แล้วไปวัดดวงกันเดือนต่อเดือน อย่าซื้อเลยครับ มีโอกาสพังมากกว่า ความมั่นคงของบริษัทที่ทำงานก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผ่อนบ้าน แต่วินัยส่วนตัวก็สำคัญมากไม่แพ้กัน

คุณ Simplest happiness ก็มาให้ความเห็นว่า

ประสบการณ์ตรงเมื่อ 6-7 ปีที่แล้วค่ะ

  1. มีแผนว่าอยากซื้อบ้านอยู่แล้ว เพราะตัวเองและแม่ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง  แต่ ณ วันที่ตัดสินใจ คือสถานการณ์ยั่งยุนิดๆ เพราะบ้านที่อยู่เก่า(ซึ่งไม่ใช่ของตัวเอง)หลังคารั่ว น้ำประปาต่อจากข้างบ้านแล้วพอรุ่นลูกจะไม่ยอมช่วยออกแม้แต่บาทเดียว  เลยคิดว่าซื้อบ้านของตัวเองดีกว่าจะได้จบปัญหา
  2. ณ วันที่ซื้อมีหนี้รถเดือนละ 5,xxx เหลืออีก 2 ปี (รถมือ 2 ซื้อเพราะทำอาชีพเซลล์) เงินเดือน 15,000 แต่รายได้รวม 25k +/- อายุงานที่ใหม่แค่ 6 เดือน
  3. บ้านที่ซื้อเป็นทาวเฮ้ามือ 2 ราคากู้ 900k อายุสัญญา 30ปี ผ่อนเดือนละ 5,900.- และโชคดีได้ที่บ้านมือ 2 แต่ ค่อนข้างใหม่ สร้างเสร็จแค่ 3 ปี และเจ้าของไม่ได้มาอยุ่แต่มาทำความสะอาดเรื่อยๆ เลยค่อนข้างสถาพดีเลย
  4. ความมั่นใจ เราไม่มั่นใจเรื่องงาน แต่เรามั่นใจตัวเองว่าไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเข้ามาเราจะแก้ปัญหา และมั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถที่จะหาทางออกที่ดีให้ตัวเองได้เสมอค่ะ
  5. ณ วันนี้ ปิดบัญชีบ้าน และรถอีกคันละพอๆ กะราคาบ้าน มีเงินเก็บอีกหลักล้านค่ะ
  6. สำหรับเราที่เกิดมาจากครอบคัวที่ไม่มีอะไรเลย  ทำให้ต้องวางแผนเป็นผู้นำครอบครัว วาง timeline ว่าแต่ละปีจะต้องมีทรัพย์สินอะไรบ้าง  และเครื่องมือ(อาชีพ)อะไรที่จะทำให้เราถึงเป้าหมายได้เร็วที่สุด
  1. เรื่องการใช้เงินก็สำคัญ คือ เราไม่กินกาแฟ หรือน้ำชงที่ขายเลย เพราะเรามองว่าแพง  ถ้าอยากกินซื้อเฮลบูลบอยแล้วชงใส่น้ำแข็งที่ออฟฟิศเองถูกกว่ามาก

8.ร้านอาหารแพงๆ เข้าเดือนละครั้ง  หรืออยากกินอะไรพิเศษก็ซื้อมาทำกินเอง

ขั้นตอนซื้อบ้าน,กู้ซื้อบ้าน,กู้เงินซื้อบ้าน,ซื้อบ้าน,วิธีกู้ซื้อบ้าน_4คุณ HANDYHUNG ก็มาให้ความเห็นว่า

ก่อนอื่น ต้องรู้จักสร้างวินัยในตัวก่อนครับ  มีการรู้อะไรใช่ไม่ใช่  และเก็บออมเงินเป็น   รู้จักความโลภเป็นยังไง นิสัยแบบไหนที่ทำให้เสียเงินแล้วติดหนี้  รู้จักการติดหนี้  เงินเดือนออกแล้วหักหมดเกือบไม่เหลือใช้ (ไม่จำเป็นต้องเทสนะ 55 เอาแค่ ผ่อนของสัก 4 – 6 เดือนดูก็พอ สร้างเครดิตไว้กับตัวด้วย)

จากนั้น การงาน ไปเรื่อยๆ เงินเดือนควรจะเพิ่มเรื่อยๆ จนเริ่มจะเหมาะที่จะผ่อนไปได้ และจริงๆ ผ่อนคือ ควรจะตั้งเป้าโปะได้ให้จบใน 10 ปี  แต่ระยะกู้ก็ 20 -30 ปีไปปกติครับ  ไม่ใช่คิดจะผ่อนไปให้สุด จบ ตอนแก่ขนาดนั้น ถ้าเราสร้างเหตุปัจจัยไว้ดี มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ ครับ  ผ่านไป 3 – 7 ปี เราจะเริ่มเห็นการเติบโตที่ดีของตัวเราเอง จะเริ่มมั่นใจได้บ้าง  และถ้าเกิดได้คู่ครองที่ดี ก็จะช่วยแบ่งเบาได้ครับ เรื่องบ้าน เพราะไม่จำเป็นต้องอยู่คนเดียว

แผนระยะยาวก็ดีครับ แต่แผนระยะกลางและ การเอาตัวรอดในระยะสั้นสำคัญกว่าครับ   พูดตรงๆ อย่างเรื่องการเที่ยวที่ต้องใช้สังขาร บางทีก็ต้องรีบคิดรีบทำตอนนี้ แก่ไปไม่ได้เที่ยว แต่ได้ไปแล้วก็ต้องไม่เสพติดครับ  เป็นต้น

ทุกอย่างใช้ สติ พิจารณาเหตุผล เหตุปัจจัย แล้วค่อยๆ ทำไปครับ  ถ้าเงินเดือนช่วงนี้ยัง 2 – 3 หมื่นอยู่ เช่าไปก่อนครับ หัดเก็บเงิน  ประเทศนี้ เวลาย้ายงานเงินเดือนมันมีโอกาสจะโดดครับ  ถึงตรงนั้น อย่าเหลิงและหลงกับตังแล้วเอาแต่ใช้จ่ายเที่ยว (ให้ทำได้ไม่เกิน 3 – 6 เดือนพอครับ ให้รู้สึกว่า ชีวิตมันหลวมๆ สบายขึ้น)

เริ่มอายุมาก เงินมากขึ้น  เผาผลาญน้อยลง  แด่กมากขึ้น กลายเป็นอ้วน สุขภาพดิ่งอีก  ระวังกันให้ดีครับเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ  ข้อสำคัญอย่าได้คิดจะรวยเร็วเด็ดขาด   โดยเฉพาะการรวยเร็วโดยหวังว่าจะไม่ต้องลงทุน และไม่ต้องรอ  มันไม่มีหรอกครับ บอกเลย  ถ้ามีก็ไม่ยั่งยืนครับ   มาเร็วก็ไปได้เร็วเสมอ

ผมก็ชนชั้นล่างถึงกลาง พ่อแม่ ส่งเรียน ปตรี พี่น้องสี่คน ครับ  ทุกวันนี้ก็ไปกันตามสภาพ ไม่มีคนไหนติดเหล้า สูบบุหรี่ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่  ชีวิตก็ไปกันได้ตามควรทุกคนครับ  สำคัญที่สุดคือ การได้โอกาสเรียนและศึกษาที่พ่อแม่มอบให้นี่แหละครับ

คุณ สมาชิกหมายเลข 781213 ก็มาให้ความเห็นว่า

มองเป็นการประเมินความเสี่ยง และการวางแผนรับมือความเสี่ยงกรณีเจอที่ถูกใจแล้ว และกำลังประเมินความเสี่ยงกับรายได้ตัวเองนะ สิ่งที่ต้องประเมิน

ภาพใหญ่

1.เศรษฐกิจของประเทศระยะยาว คือ เอาทรงๆพอ ประเทศไม่เจ๊งครืนทันที ไม่เละเทะทันทีแบบต้มยำกุ้ง ก็ยังพอมีทางหนีทีไล่กัน
(อันนี้มองแค่นี้พอ คือถ้ามองละเอียดมาก ก็จะไม่กล้าซื้ออะไรเลย เพราะประเทศเราโครตเสี่ยงเรื่องการแข่งขันและเศรษฐกิจ)
2.เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าระยะยาว คือ ประเทศที่ค้าขายกับเรานั่นแหละ มันยังมีปัญญาเป็นลูกค้าเราไปเรื่อยๆ นานแค่ไหน

ภาพตัวเอง

1.รายจ่าย ต่อเงินเดือนที่ได้

– จ่ายประกันสังคม (ภาคบังคับ)
– จ่ายประกันชีวิต และสุขภาพแล้ว (ไม่ทำไม่ได้ ป่วยหนักๆมาจะพังทั้งระบบ)
– จ่ายค่าใช้ชีวิต คือค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ค่ารูดบัตรเครดิต ค่าสังคม ค่าให้พ่อแม่(ต้องตอนปกตินะ ไม่เอาตอนประหยัด เพราะมันเป็นตัวเลขที่ตรงกับจริตใช้จ่ายเรามากที่สุดแล้ว)
– บวกรายจ่ายพิเศษต่อเดือนสักสามพัน เผื่อเป็นกรณีฉุกเฉินไป เหลือเท่าไรนั้นคือขอบเขตความสามารถในการผ่อนของเรา สมมุติเหลือ 10,000 น่าจะผ่อนได้ สัก 5,000 ต่อเดือน

2.รายรับ ต่อความเสี่ยง

– รับทางเดียว คือมีเงินเดือน+โบนัสเป็นรายรับอย่างเดียว อันนี้เสี่ยงเยอะ ควรปรับเป็น จากที่ผ่อนเดือนละ5,000 อาจจะลดเหลือ 2,500 เพื่อถ้าปีหน้าเราไม่มีรายได้ เราจะยังมีเงินส่งไปได้อีกหนึ่งปี (แต่หนึ่งปี ไม่พอนะ นับว่าเสี่ยงสูงมาก น่าจะต้องเผื่อสักสองถึงสามปี)
– รับหลายทาง ก็ดูว่าความมั่นคงจากรายรับทางอื่น หากรายรับทางอื่นมั่นคงมาก ก็สบายใจขึ้นมาหน่อยนะ อันนี้ต้องประเมินกันเองให้ดีๆ (ไม่มองว่ารายรับพิเศษได้มากน้อยแค่ไหนนะ มองความมั่นคงอย่างเดียว คือได้เงินเยอะมากก้อผ่อนได้มาก หรือแบ่งไปจ่ายใน ตอนที่ขาดรายได้ ได้มากขึ้นแค่นั้นเอง)
– อัตราการเพิมขึ้นของรายได้ต่อไป ส่วนนี้ถ้าเพิ่มเยอะ ความเสี่ยงก็จะลดลงตามไปด้วย

หลักการประเมินทั้งหมด คือ ห้ามประเมินเข้าข้างตัวเองเด็ดขาด เอาจากปัจจุบันจริงๆ ถ้ามันดีกว่าที่ประเมินถือเป็นโชคดีเป็นกำไรไปครับ จากที่เห็น คือเสี่ยงทุกคนที่ผ่อน อยู่ที่จะรับความเสี่ยงได้ดีแค่ไหน เป็นหนี้บ้านอย่างพอดีๆ มีความสุขกว่าการเป็นหนี้อย่างอื่นทุกๆอย่างครับ เพื่อนๆที่ผ่อนยิ้มกับบ้านกับห้องตัวเองกันทั้งนั้น หวังว่าเพื่อนที่กำลังจะซื้อบ้านคงจะได้คำตอบไปไม่มากก็น้อยนะคะและพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

ขอขอบคุณคำถามและตอบจาก สมาชิก pantip.com

ต้องการซื้อ-เช่ !!!คอนโดมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดินทั่วไทยมากกว่า 300,000 รายการคลิ๊กที่นี่

ลงประกาศขาย-ให้เช่า ฟรี !!! คอนโดมือสอง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ที่ดินกับ Dot Property ขายง่าย ขายไว ไม่มีค่าใช้จ่ายลงประกาศเลย